ความคาดหวังต่อประมาณการกำไรสุทฺธิปี 2562 ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม
เราปรับคำแนะนำหุ้น GFPT เพิ่มขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อเก็งกำไร” เนื่องจากการคาดการณ์ราคาไก่มีชีวิตและราคาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2562 ราคาไก่มีชีวิตในประเทศและราคาลูกเจี๊ยบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของราคาไก่ในประเทศบ่งชี้ว่าอุปทานไก่โดยรวมของอุตสาหกรรมได้ปรับตัวลดลง เราทาการปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2562 แทน (จากเดิม ณ สิ้นปี 2561) และได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 16.25 บาท ซึ่งที่ราคาเป้าหมายใหม่คานวณกลับมา
เป็นอัตราส่วน PER ณ สิ้นปี 2562 ได้เท่ากับ 13.57 เท่า หรือคิดเป็นค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่บวก 0.87 เท่าเหนือค่าเฉลี่ยอัตราส่วน PER ระยะยาวของหุ้น GFPT
ราคาไก่มีชีวิตในประเทศและราคาลูกเจี๊ยบยังคงยืนในระดับสูงจนถึงปัจจุบัน
เราเห็นราคาไก่มีชีวิตในประเทศที่ยังคงยืนได้ในระดับสูงและแข็งแกร่งต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะผ่านช่วงเทศกาลสาร์ทจีนเมื่อวันที่ 25 ส.ค. มาแล้วหนึ่งสัปดาห์ก็ตาม โดยราคาไก่มีชีวิตยังคงยืนได้ที่ระดับ 36.5 บาท/กก. ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. เป็นต้นมา (หรือเพิ่มขึ้น 12% จาก 32.5 บาท/กก. เมื่อวันที่ 1 ส.ค.) ถึงแม้ว่าบริษัทกล่าวว่าราคาไก่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นผลมาจากอุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากการส่งออกที่ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง และผลกระทบของการผลักต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ไปยังราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ณ ปัจจุบัน แต่เราเชื่อว่าราคาไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้นน่าจะเป็นผลจากอุปทานไก่ โดยรวมของทั้งอุตสาหกรรมที่ลดลงมากกว่าอุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากราคาลูกเจี๊ยบก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันพร้อมกับราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาลูกเจี๊ยบยังคงยืนอยู่ที่ระดับ 14.25 บาท/ตัว ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค.จนถึงปัจจุบัน (หรือเพิ่มขึ้น 39% จาก 10.25 บาท/ตัว เมื่อวันที่ 1 ส.ค.) ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปทานลูกเจี๊ยบโดยรวมปรับตัวลดลง
ข้อมูลในอดีตบ่งชี้ว่าราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มมักจะอ่อนตัวลงในช่วงฤดูฝนเนื่องจากการดัมพ์อุปทานไก่เข้ามาในตลาดและการบริโภคที่อ่อนตัวลงก่อนที่เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจในช่วงวันที่ 9-17 ต.ค. ดังนั้น ถึงแม้ว่าราคาไก่อาจจะอ่อนตัวลงอีกครั้งในช่วงเดือนต.ค. แต่เราคาดว่าการลดลงของราคาไก่ตามฤดูกาลในครั้งนี้ไม่น่าจะมากนัก เนื่องจากอุปทานไก่โดยรวมที่ลดลงและการเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับการส่งออก
อัตราการทำกำไรของผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศในไตรมาส3/61 มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ
เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์ม เราจึงเห็นราคาขายผลิตภัณฑ์โครงไก่ของ GFPT ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ 6-7 บาทต่อกก. ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. มาอยู่ที่ 8-9 บาทต่อกก. และเนื่องจากต้นทุนการผลิตไก่มีชีวิตของ GFPT อยู่ที่ 35 บาทต่อกก. (เทียบกับราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มซึ่งอยู่ที่ 36.50 บาทต่อกก. ณ ปัจจุบัน) เราจึงใช้สมมติฐานว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศของ GFPT มีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในไตรมาส 3/61 (หลังจากประสบกับขาดทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2561) และจากเหตุผลของราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวลดลง ซึ่งได้แก่ ราคาข้าวโพดในประเทศลดลง 21% ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. และราคากากถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ไตรมาส 4/61 จนถึงปี 2562 จากอุปทานถั่วเหลืองในตลาดโลกที่ล้นตลาด เราจึงคาดว่ามาร์จิ้นของผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศของ GFPT มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ไปจนถึงปี 2562
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 และราคาเป้าหมาย
และเนื่องจากราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 32 บาท/กก. นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เราจึงยังคงสมมติฐานราคาไก่มีชีวิตในประเทศของเราที่ 33 บาท/กก. สำหรับในปี 2561 แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวโน้มและภาพที่ชัดเจนมากขึ้นของอุปทานไก่ในประเทศที่ลดลง เราจึงทำการปรับสมมติฐานราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มสำหรับปี 2562 เพิ่มขึ้นอีก 9% (ไปอยู่ที่ 36 บาท/กก.) ซึ่งจะอิงโดยตรงกับราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศของ GFPT ส่งผลให้เราทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ของ GFPT เพิ่มขึ้นอีก 10% ไปอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท เราทำการปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2562 แทน (จากเดิม ณ สิ้นปี 2561) และได้ราคาเป้าหมายใหม่ซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG ที่ 16.25 บาท ซึ่งราคาเป้าหมายใหม่ดังกล่าวคิดกลับมาเป็นอัตราส่วน PER ปี 2562 ได้เท่ากับ 13.57 เท่า









