SET Index สามารถยืนในแดนบวกได้ตลอดวัน จากความคาดหวังการเจรจาทางการค้าระหว่าง สหรัฐฯ – จีน
ประกอบกับประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่เบาบางลง ภาพรวม SET Index ปิดที่ 1,698.30 จุด (+3.67 จุด) Volume 3.8 หมื่นลบ. จาก Foreign Net -255.27 ลบ. TFEX Net +14,029 สัญญา ตราสารหนี้ +7,975 ลบ.
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นหลังสหรัฐรายงานคลังน้ำมันดิบสำรองลดลง 5.8 ล้านบาร์เรล
+จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.2%
+พาณิชย์ เผย ก.ค.61 ส่งออกโต 8.27% ขาดดุล 516 ล้านเหรียญฯ แต่ 7 เดือนยังเกินดุลการค้า 2,939 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งออกโต 10.57%
+ตลท.เผยครึ่งปีแรกหลักทรัพย์จดทะเบียนกำไรโต 7.61% จับตาครึ่งปีหลังความเสี่ยงราคาน้ำมัน-อัตราแลกเปลี่ยน
-ดาวโจนส์ปรับตัวลงหลังเฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยการเมืองในสหรัฐ หลังจากผู้ใกล้ชิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย
-รายงานประชุมชี้เฟดส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย.หากเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง
-ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐร่วงลง 0.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 5.34 ล้านยูนิต
+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 1.93 แสนล้านบาท ค่าเงินบาท 32.72 บาท/US
**จับตาสหรัฐ-จีนบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบ 2 วันนี้
ตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันปิดบวก และปัจจัยในประเทศเรื่องตัวเลขส่งออกที่ยังเติบโตดี แต่ปัจจัยลบกดดันเป็นเรื่องตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับลบ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ยังขายสุทธิเป็นปัจจัยกดดันต่อดัชนี คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,690-1,710 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสู่ 67.86 $/bbl PTTEP PTTGC IVL
- หุ้นที่คาดว่า 2H61 จะเติบโตต่อเนื่อง ANAN ORI SC KCE XO CPF SSP
- ค่าการกลั่นเริ่มปรับตัวขึ้น SPRC IRPC TOP BCP
- ROBINS HMPRO ครม.คง VAT ที่ 7% อีก 1 ปี
หุ้นแนะนำพิเศษ
QH (ราคาปิด 3.52 Bloomberg Consensus 3.64)
- ในช่วง 2Q61 มีกำไร 849 ลบ.ทรงตัว QoQ +9%YoY งวด 1H61 มีกำไร 1,693 ลบ. +18% อัตรากำไรขั้นต้นโครงการอสังหาฯดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 35% จาก 27% ใน 2Q60 ส่วนอัตรากำไรสุทธิปรับขึ้นสู่ 12% จาก 8%ใน 2Q60 ส่วนผลการดำเนินงาน 2H61 มีแนวโน้มปรับดีขึ้นต่อเนื่อง Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 3.7 พันลบ. +8% Yield 4%
- QH ถือหุ้นอื่นในตลาดโดยถือหุ้น HMPRO 87% LHFG 13.74% QHPF 25.66% QHHR 31.33% ซึ่งมี mkt. cap เฉพาะส่วนที่ QH ถืออยู่คิดเป็น 4.25 บาทต่อหุ้น (ราคาปิด ณ 22 ส.ค.61) ประกอบกับมี yield ดีที่ 5.8% PER ต่ำ 10 เท่าเทียบกับ PER กลุ่มที่ 18 เท่า แนะนำลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล
+ BCPG เตรียมบันทึกกำไรพิเศษขายโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น 2 แห่ง 26-27 MW ใน H2/61 มั่นใจทั้งปีรายได้โตตามเป้า 15-20%
ประเด็นบวกกลุ่มโรงกลั่น เกิดเหตุโรงกลั่นบราซิลไฟไหม้-โรงกลั่นอินเดียปิดซ่อมฉุกเฉิน(ที่มาข่าวหุ้น)
+ GPSC ปรับราคาซื้อหุ้น GLOW เป็นหุ้นละ 94.89 บาท จากเดิม 96.50 บาท หลัง GLOW จ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 1.608 บาท จับตาผู้ถือหุ้นโหวตผ่านแผนทุ่มงบ 1.41 แสนล้านบาท ซื้อหุ้น GLOW ในวันพรุ่งนี้ หนุนกำลังการผลิตพุ่ง 4,835 MW ขึ้นแท่นเบอร์ 3 ในไทย ส่วนปี 2562 จ่อ COD โรงไฟฟ้าอีก 3 แห่ง กำลังผลิตรวม 339 เมกะวัตต์ (ที่มา ข่าวหุ้น)
+ กลุ่มสื่อสาร “กสทช.” จ่อชงบอร์ดปรับหลักเกณฑ์ประมูล ขยายค่างวดชำระเงินค่าประมูลคลื่น 1800 MHz เป็น 5-6 ปี และคลื่น 900 MHz เป็น 8-10 ปี แต่ราคาเริ่มต้นประมูลคงเดิม ยกเลิกเงื่อนไขผู้ชนะประมูลคลื่น 900 MHz ลงทุนระบบป้องกันรบกวนคลื่นรายเดียว ก่อนนำมาประมูลใหม่เดือน มี.ค. 2562 ฟาก DTAC ขอเยียวยาคลื่น 1800 MHz อีก 15 MHz พ่วง 850 MHz (ที่มา ข่าวหุ้น)
หุ้นมีข่าว
SYNTEC Analyst Meeting (มุมมองเชิงลบ ราคาปิด 3.96 Bloomberg Consensus 4.40)
· รายงานกำไร 1H61 อยู่ที่ 355 ล้านบาท -30%YoY (มีกำไรจากการขายที่ดิน 118 ล้านบาท) หากไม่รวมกำไรจากการขายที่ดินจะมีกำไรเพียง 237 ล้านบาท -53%YoY เนื่องจากรายได้ปรับตัวลง 29% สู่ระดับ 2.96 พันล้านบาท แม้ว่า Backlog ในมือยังอยู่ในระดับสูงที่ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการราว 50% ในมืออยู่ช่วงต้นของการก่อสร้างและช่วงปลายซึ่งเป็นช่วงที่รับรู้รายได้น้อยกว่าช่วงกลางโครงการ อีกทั้ง GP ปรับตัวลงจาก 22.5% สู่ 21.1% เนื่องจากโครงการก่อสร้างในมือเป็นช่วงที่มีการแข่งขันสูงทำให้ GP ปรับตัวลง
· ผู้บริหารคาดปี 61 รายได้จะปรับตัวลงสู่ระดับ 6.8-7.0 พันล้านบาท -15%YoY เนื่องจาก 1H61 มีรายได้เพียง 2.96 พันล้านบาทหรือคิดเป็น 42% ของเป้ารายได้ปี 61 โดยคาดว่า 2H61 รายได้จะเร่งตัวขึ้นเนื่องจากโครงการในมือได้ผ่านช่วงเริ่มต้นไปแล้วทำให้รับรู้รายได้ได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม GP อาจอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากเป็นงานที่ประมูลในช่วงที่มีการแข่งขันสูง
· ความเห็น เราจึงแนะนำ ชะลอการลงทุน เนื่องจากผลประกอบการ 3Q61 อาจอ่อนตัวลงเนื่องจากจะไม่มีกำไรจากการขายที่ดินเข้ามา 118 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จะเร่งตัวขึ้นแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะชดเชยกำไรจากการขายที่ดินที่เข้ามาในช่วง 2Q61 อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลประกอบการ 4Q61 จะปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากได้ผ่านช่วงฤดูฝนไปแล้วทำให้รายได้จากการก่อสร้างอาจเร่งตัวขึ้นจาก 3Q61
· + CHAYO (ราคาปิด 4.0 ซื้อเมื่ออ่อนตัว ราคาเหมาะสม 4.0) กำไรสุทธิ 2Q6เท่ากับ 24 ลบ. +48%YoY จากรายได้เติบโตโดดเด่น 52% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาที่ 34% จาก 31% ใน 2Q60 บริษัทจัดตั้งบริษัทย่อยทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อรายย่อยเพื่อทดแทนรายได้ของธุรกิจ Call Center ที่ไม่ต่อเนื่อง ปล่อยสินเชื่อในกลุ่มพนักงานโรงงาน พนักงานบริษัทเอกชนที่ปกติเสียดอกเบี้ยจากเงินกู้นอกระบบสูงถึง 60-120% ต่อปี คาดจะเริ่มดำเนินงานใน 4Q61 ฝ่ายวิจัยมองว่าธุรกิจของ CHAYO มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหลังรัฐบาลสนับสนุนเพิ่มลูกหนี้ในระบบ อย่างไรก็ตาม เรายังไม่รวมธุรกิจใหม่ไว้ในประมาณการ โดยยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 61 ไว้ที่ 75 ลบ. +29%YoY
· + SIRI จับมือ BCPG ติดตั้ง Solar cell ในโครงการแสนสิริ เพิ่ม 2-5 MW ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันติดตั้งแล้วกว่า 600 KW ปัจจุบันนำร่องติดตั้งในโครงการทาวน์สุขุมวิท 77 (T77) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ อีกทั้งในอนาคตบริษัทฯมีแผนที่จะติดตั้ง Solar Cell ร่วมกันในโครงการ T77 เพิ่มอีก 3-4 โครงการใหม่
· +SGF ล้างขาดทุนสะสมหมดเกลี้ยง หลังโชว์กำไรไตรมาส 1-2 ทะยานต่อเนื่อง ผู้บริหาร "ดร.วิวัฒน์ วิฑูรย์เธียร" ชี้ธุรกิจสินเชื่อรายย่อยส่งสัญญาณสดใส มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังเติบโตต่อจากครึ่งปีแรก เชื่อสิ้นปี 2561 ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่เกินเป้า 1 พันล้านบาท






