ขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/61 เป็นไปตามคาด แนวโน้มกำไรหลักไตรมาส 3/61 เติบโต YoY
ขาดทุนสุทธิเป็นไปตามคาด ก่าไรหลักต่ำกว่าคาด
GGC รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/61 ที่ 1,853 ล้านบาท พลิกกลับจากกำไรสุทธิในไตรมาส 2/60 และ 1/61 หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษ 2,004 ล้านบาทจากความเสียหายของวัตถุดิบคงคลัง, ขาดทุนจากสต็อกสินค้า 149 ล้านบาท, และขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 3 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 46 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 257 ล้านบาท ลดลง 52% YoY และ 21% QoQ ขณะที่ขาดทุนสุทธิเป็นไปตามที่เราคาดการณ์กำไรหลักต่ำกว่าที่เราคาด 15% เนื่องจากอัตรากำไร ME (B100) ที่ต่ำกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ค่าใช้จ่ายพิเศษที่ค่อนข้างสูงส่งผลให้ผลประกอบการอ่อนแอ สาหรับการดำเนินงานนั้น ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรหลักหดตัวมาจาก 1) ปริมาณขาย ME ที่ลดลง, 2) อัตรากำไรของ ME อ่อนตัวลง, 3) อัตรากำไรของ FA ที่ลดลง และ 4) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มมากขึ้น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% จาก 3.6%ในไตรมาส 2/60 และ 3.8% ในไตรมาส 1/61
ปริมาณขาย B100 เพิ่มขึ้น 5% YoY มาอยู่ที่ 90,100 ตัน หนุนโดย B7 mandate (เทียบกับ B5 และ B7 mandate ในไตรมาส 2/60) แต่ลดลง 12% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นและไม่มีคำสั่งซื้อพิเศษจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (ดังที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 1/61) อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาปรับปรุงสาหรับ ME ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 4.3% จาก 6.3% ในไตรมาส 2/60 และ 6.5% ในไตรมาส 1/61 เนื่องจากอุปทานที่ล้นตลาด ในขณะที่ปริมาณขาย FA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% YoY และ25% QoQ มาอยู่ที่ 30,209 ตัน หนุนโดยอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาปรับปรุงของ FA ลดลงเป็น 11.0% จาก 24.5% ในไตรมาส 2/60 และ 14.2% ในไตรมาส 1/61
แนวโน้ม
กำไรหลักไตรมาส 3/61 ของ GGC คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น YoY หนุนโดยผลการดำเนินงานของธุรกิจ ME ที่ดีขึ้น (ปริมาณขายและอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโรงงาน ME 2) อย่างไรก็ตาม กำไรหลักไตรมาส 3/61 คาดว่าจะลดลง QoQ เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงตามฤดูกาลของ ME รวมถึงการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน FA ตามแผนเป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ผลประกอบการไตรมาส 3/61 ของ GGC คาดว่าจะพลิกกลับเป็นกำไรสุทธิเนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 16% มาอยู่ที่ 1,071 ล้านบาท สาหรับปี 2561 และ 19% มาอยู่ที่ 1,111 ล้านบาท สาหรับปี 2562 เพื่อสะท้อนสมมติฐานอัตรากำไรของ ME ที่ลดลงเป็น 3.6 บาท/ลิตร (ลดลง 15% จากสมมติฐานเดิม) ทั้งนี้เราปรับคาดการณ์ผลประกอบการปี 2561 เป็นขาดทุนสุทธิ 1,299 ล้านบาท เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายพิเศษที่รับรู้ในไตรมาส 2/61 ส่งผลให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดของเราลดลงจาก 18.80 บาท มาอยู่ที่ 14 บาท









