วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อินโดรามา’มั่นใจรายได้ปีนี้โต36%

“อินโดรามา เวนเจอร์” มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 1.1-1.15 หมื่นล้านดอลล์ เพิ่มขึ้น 36% เหตุความต้องการใช้เพิ่ม พร้อมรับรู้รายได้การเข้าซื้อกิจการต่อเนื่อง ปรับ “อิบิดา” ปี 62 โต 75% จากเดิมคาดโต 45%

นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล กรรมการ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้ปี 61 อยู่ที่ 11,000 -11,500 ล้านเหรียญดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36 % จากปี 2560 ที่มีรายได้ 8.43 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจาก ครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 5.5 พันล้านดอลลาร์ และคาดช่วงครึ่งปีหลัง คาดมีรายได้อยู่ที่ 6.5-7 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะเริ่มรับรู้รายได้ จากการเข้าซื้อกิจการ 7 แห่ง ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เช่นการเข้าซื้อโรงงานผลิต PET ในประเทศบราซิล และอียิปต์ โปรตุเกส ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านตัน และความต้องการใช้ ของ PET ที่รีไซเคิลได้มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศในแถบเอเชีย

ทั้งนี้บริษัทปรับเพิ่มเป้า กำไรก่อนภาษี ดอกเบี้ยจ่าย และค่าเสื่อม ( Core EBITDA) ปี 62 เพิ่มขึ้น 75% จากปี 60 อยู่ที่ 1.75 พันล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 742 ล้านดอลลาร์ เนื่องจาก บริษัทจะรับรู้กำไรจากการเข้าซื้อกิจการใน 7 แห่ง ในช่วงต้นปีนี้ แบบเต็มปี ทำให้กำลังการผลิตของบริษัทอยู่ที่ 13 ล้านตัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 9.4 ล้านตัน และความต้องการใช้ PET มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น เช่น ตลาดจีนและเอเชีย

 ส่วนปีนี้บริษัทจะมีแผนซื้อกิจการเพิ่มหรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องรอให้มีการเจรจาเสร็จก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ โดยบริษัทมีความพร้อมในการเข้าซื้อกิจการ เพราะ มีกระแสเงินสดที่สูงถึง 5-6 พันล้านดอลลาร์ และมีอัตราหนี้สินต่อทุน ( D/E) 1.1 เท่า

สำหรับไตรมาส2/61 บริษัทมี รายได้จากการขายรวม 2,618 ล้านดอลลาร์ และครึ่งแรก 61 มีรายได้รวม 5,032 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 398 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 2/61 เพิ่มขึ้น 15 %จากไตรมาสที่ 1/2561 ส่วน EBITDA ในครึ่งแรกของปี 61 อยู่ที่ 742 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น57 เ%มื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมี กำไรสุทธิ (Net Profit) 259 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2/61 และในครึ่งปีแรก 61 อยู่ที่ 443 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติเงินปันผลระหว่างกาลอยู่ที่ 0.70 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น55.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ จ่ายเงินปันผล 0.45 บาทต่อหุ้น

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แนะซื้อหุ้น IVL ให้ราคาเหมาะสมที่ 67 บาทต่อหุ้น เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 2/61 ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ และบริษัทคาดว่าผลประกอบการจะโตต่อเนื่องในไตรมาส 3/61 แม้ว่าราคาของ PET จะเริ่มลดลง แต่ผลกระทบจะจำกัดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกับทางตะวันตกที่มียอดขายเพิ่มขึ้น แต่ราคาตามหน้าสัญญายังคงเดิม ทำให้อัตรากำไรจะกระทบการดำเนินงานในเอเซียเท่านั้น อีกทั้ง IVL จะรับรู้กำไรของโรงงานจากบราซิล, อียิปต์ และอิสราเอลในอนาคต