กำไรเป็นไปตามคาด; หั่นลดเป้ารายได้บริการและงบลงทุนปี 2561 ลงจากเดิม
บริษัทได้ทำการหั่นเป้าอัตราการเติบโตของรายได้บริการหลักปี 2561 ลงจาก 7-8% เหลือ 5-7% ซึ่งถือว่าลดลงมาสอดคล้องกับประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้บริการของเราในปี 2561 ที่ 6.2% เป้างบลงทุนใหม่ปี 2561 ของบริษัทที่ปรับลดลงเหลือ 2.5 หมื่นล้านบาท (จาก 3.5-3.8 หมื่นล้านบาท) ถือว่าต่ำกว่าสมมติฐานงบลงทุนของเราสำหรับปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF แต่การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 อาจจะส่งผลให้เงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4%
สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/61—เป็นไปตามคาด
ADVANC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/61 ที่ 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%YoY และทรงตัว QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาสนี้ ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 106 ล้านบาท และผลประโยชน์ทางด้านภาษีจากเงินลงทุนจานวน 312 ล้านบาท กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 7.59 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 3% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักเป็นไปตามคาด รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซีและค่าเช่าอุปกรณ์) เพิ่มขึ้น 4.1% YoY และ 1% QoQ รายได้บริการโทรศัพท์เพิ่มขึ้น 1.3% YoY (และทรงตัว QoQ เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่เพิ่มสูงขึ้น) จานวนลูกค้าธุรกิจบรอดแบนด์ประจาที่รายใหม่สุทธิเพิ่มขึ้น 2% QoQ มาอยู่ที่ 5.16 หมื่นรายในไตรมาส 2/61 ด้วยกลยุทธ์การหันมาเน้นลูกค้าที่มีคุณภาพ (ดูรายละเอียดในหน้า 4)
ปรับลดเป้ารายได้บริการหลักและงบลงทุนปี 2561 ลงจากเดิม
บริษัทได้ทำการปรับลดเป้าผลการดำเนินงานในปี 2018 ดังต่อไปนี้ 1) เป้าอัตราการเติบโตของรายได้บริการปี 2561 (ไม่รวมไอซีและค่าเช่าอุปกรณ์) ลงจาก 7-8% มาอยู่ที่ 5-7% เพื่อสะท้อนการแข่งขันของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 และ 2) เป้างบลงทุนในรูปกระแสเงินสดสำหรับปี 2561 ลงจาก 3.5-3.8 หมื่นล้านบาทเหลือ 2.5 หมื่นล้านบาทเนื่องจากคู่ค้าได้ตกลงยอมที่จะยืดอายุหรือขยายเวลาการชาระเงินออกไป แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ ADVANC เพื่อเพิ่มและปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และโครงข่ายบรอดแบนด์ประจำที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เป้า EBITDA มาร์จิ้นยังคงเดิมที่ 45-47% ในปี 2561 แต่ถึงแม้ว่าธุรกิจบรอดแบนด์ประจำที่จะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นแต่บริษัทยังคงเป้าจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ประจาที่ ณ สิ้นปี 2561 ไว้เท่าเดิมที่ 8 แสนราย
เป้างบลงทุนที่ลดลงในปี 2561 หมายถึงอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายของเรา
ตามที่ได้กล่าวข้างต้น เป้าอัตราการเติบโตของรายได้บริการในปี 2561 ถือว่าสอดคล้องกับสมมติฐานอัตราการเติบโตรายได้บริการของเราสำหรับปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 6.2% แต่เป้างบลงทุนใหม่ของบริษัทในปี 2561 ที่เพียงแค่ 2.5 หมื่นล้านบาทซึ่งถือว่าต่ำกว่าประมาณการของเราซึ่งอยู่ที่ 2.86 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นอัพไซต์ต่อราคาเป้าหมายของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF สำหรับในปี 2562-63 บริษัทตั้งเป้างบลงทุนที่ 2.5-3 หมื่นล้านบาทต่อปีซึ่งถือว่าสอดคล้องกับสมมติฐานงบลงทุนของเราซึ่งอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ADVANC ยังตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้งานบรอดแบนด์ประจำที่ที่ 8 แสนราย ณ สิ้นปี 2561 ซึ่งนั่นหมายถึงจะต้องมีจานวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 8.8 หมื่นรายต่อไตรมาสในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 เทียบกับ 5.1 หมื่นรายต่อไตรมาสในช่วงครึ่งแรกของปี 2561) เรามองว่าเป้าหมายดังกล่าวถือว่ามองในแง่ดีเกินไป (ถ้าบริษัทไม่ทำการลดราคาค่าบริการลงจากเดิม) เรายังคงประมาณการเดิมสำหรับจำนวนผู้ใช้งานบรอดแบนด์ประจำที่ที่ 7.41 แสนราย ณ สิ้นปี 2561 (หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 5.9 หมื่นรายต่อไตรมาสในช่วงครึ่งหลังของปีนี้)
เงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังหรือไม่?
ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 แต่บริษัทจะไม่พยายามเพิ่มเงินอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ โดยการให้เงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์จะเน้นไปยังลูกค้าโพสต์เพดและลูกค้าพรีเพดที่มีอัตราการใช้งานสูง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าเงินอุตหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์อาจเพิ่มขึ้นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 หาก DTAC รุกการทำแคมเปญการตลาดสำหรับคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิร์ซภายใต้แบรนด์ดีแทคเทอร์โบมากขึ้นตามการขยายโครงข่ายและสถานีฐานของคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิร์ซที่เพิ่มขึ้น








