หลังดอลลาร์ฟื้นตัวแต่ชั่วคราว ยังคงมีความเสี่ยงทั้งการกีดกันทางการค้าและเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงยังคงอยู่ จับตาแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในไทย
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงิน ตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากปิดตลาดสิ้นวันทำการก่อนที่ 33.12 บาทต่อดอลลาร์
ในคืนที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.75-2.00% ในการประชุมครั้งนี้ แม้เฟดจะมองภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งมากขึ้นและความเสี่ยงยังอยู่ในระดับปานกลาง แต่ตลาดกลับไม่ไว้ใจในเศรษฐกิจสหรัฐเพราะรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงสร้างความผันผวน ล่าสุดก็มีความคิดที่จะขึ้นภาษีสินค้าจีนสองแสนล้านเหรียญที่ระดับ 25% จากที่เคยตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 10%
นอกจากนี้ฝั่งตราสารหนี้ก็กลับมามีปัญหา นักลงทุนก็เริ่มกลับมากังวลกับปริมาณการกู้หนี้ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสนี้ตั้งเป้าจะกู้อีก 7.8 หมื่นล้านเหรียญผ่านตราสารหนี้ระยะสั้นส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐปรับตัวขึ้นต่อ แลยิลด์อายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 3.00% อีกครั้ง
ในระยะสั้นเรายังคงมุมมองเชิงลบกับสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชีย และมองว่าการปรับตัวขึ้นมาในครั้งนี้เป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงทั้งการกีดกันทางการค้าและเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงยังคงอยู่
ช่วงนี้อาจเห็นค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงหรือตลาดหุ้นที่ฟื้นตัว ขึ้นมาเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่า แต่ในระยะยาวโอกาสที่จะมีเงินทุนไหลเข้าในหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องยังมีไม่มากนัก
จุดเด่นที่แท้จริงของเงินบาทอยู่ที่แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีความเห็นในเชิงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นเรื่อยๆ เราเชื่อว่าถ้าขึ้นได้จริงน่าจะเป็นแรงหนุนให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าได้จากแรงซื้อบอนด์ไทย มองกรอบเงินบาทระหว่างวันที่ระดับ 33.10-33.20 บาทต่อดอลลาร์






