วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งลง

SET Index วานนี้อ่อนตัวต่อเนื่องหลังจากที่มีการปรับขึ้นในช่วงเช้าตามราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง

แต่ความกังวลสงครามการค้าหลังสภาผู้แทนสหรัฐผ่านร่างกฏหมายจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศ กดดันตลาดหุ้นภูมิภาคในช่วงที่เหลือของวันทำการ โดยกลุ่ม ENERG หนุนตลาดหลัก ส่วน COMM TRANS BANK มาหักล้าง โดยรวมเป็นผลให้ SET Index ปิดที่ 1,618.66 จุด (-5.32 จุด) Volume 5.23 หมื่นลบ. มาจาก Foreign Net -1,683.51 ลบ. TFEX Net -2,316 สัญญา ตราสารหนี้ +1,914.34 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย  

+น้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 3% หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ อีกทั้งสหรัฐเรียกร้องให้คว่ำบาตรอิหร่าน

+สศอ.ปรับคาดการณ์ GDP ภาคอุตฯ เป็น 3-4% จากเดิม 2-3% แต่คงเป้า MPI ทั้งปีโต 2.5-3% ขณะที่สสว.คงคาดการณ์ GDP SME ปี 61 โต 5.0-5.5%

+สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม พ.ค.61 โต 3.2% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 จากส่งออกฟื้นตามภาวะศก.โลก

-ดาวโจนส์ร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่สหรัฐจะนำมาบังคับใช้กับจีน

-ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐลดลง 0.6% และดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายสหรัฐลดลง 0.5%

- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 1.81 แสนล้านบาท ค่าเงินบาท 33.02 บาท/US

**28 มิ.ย. จับตาการประชุมสุดยอดกลุ่มสมาชิก EU / สหรัฐรายงานประมาณการครั้งสุดท้ายตัวเลข GDP ในช่วง 1Q61

ภาวะตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นแรงต่อเนื่องส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยมีปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าและ Fund Flow ผันผวน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,608-1,630 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

-หุ้นเข้า SETHD BCP GLOW MAJOR RATCH SGP SPRC TOP TTW

- GGC ครม.เห็นชอบส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B20

-หุ้นเข้า SET50 BGRIM DELTA GLOW KTC RATCH TOA

-หุ้นเข้า SET100 BGRIM DELTA GLOW BLA ERW PRM RATCH RS THANI TOA TTW

- กลุ่มส่งออก ค่าเงินบาทอ่อนค่าสู่ 33.02 บาท/US

- CPALL ADVANC CPN EA TVO มีโอกาสทำ Window dressing

- หุ้นที่ Laggard ดัชนี CPF CK STEC UNIQ

หุ้นแนะนำพิเศษ

PTTEP (ราคาปิด 136 Bloomberg 141.88)

  • น้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 3% หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า สหรัฐเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ และบริษัทน้ำมัน ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐทำการคว่ำบาตร
  • Bloomberg Consensus คาดผลประกอบการปี 61 อยู่ที่ 4.0 หมื่นล้านบาท +95%YoY เนื่องจากคาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้น 2 KBD สู่ 302 KBD และราคาจำหน่ายก๊าซฯ ปรับตัวขึ้นจาก 5.6 $/mmbtu สู่ 6.2 $/mmbtu ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น 7.6% QoQ สู่ 63 $/bbl นอกจากนี้ยังมีการปรับราคาจำหน่ายก๊าซฯ ในพม่าเพิ่มเติม ขณะที่ต้นทุนการผลิตคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ 30 $/bbl

หุ้นมีข่าว   

·        (0) FTE (ราคาปิด 1.98 บาท อยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเหมาะสม) คาดผลประกอบการครึ่งปีหลัง ดีกว่าครึ่งแรก มีลุ้นผลประมูลจาก กฟผ.อีก 120 ล้านบาท หวังเติม Backlog เพิ่ม จากปัจจุบันอยู่ที่ 380 ล้านบาท เตรียมรับรู้รายได้ปีนี้ 60% พร้อมเปิดสาขาระยองเพื่อรองรับ EEC ยังยืนยันรายได้ปี 61 โต 10%YoY (ที่มา : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น)

·        ความเห็น หลังจากที่ผลประกอบการออกมาหดตัวกว่า 39%YoY จากรายได้ที่ปรับตัวลดลง 5.2%YoY และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 24.4% มาอยู่ที่ 21.2% โดยแม้บริษัทจะมีโอกาสได้ Backlog เพิ่มเติมเพื่อมา Secure รายได้ในอีก 1 – 2 ปี แต่แนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ทีโอกาสเพียงทรงตัว จึงแนะนำให้ติดตามประมาณการใหม่ก่อน

·        +BEM ไฟเขียวเพิ่มวงเงินอีก 898.56 ล้านบาท จ้าง “ช.การช่าง” เร่งสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย หวังเปิดให้บริการเร็วกว่ากำหนด (ที่มาข่าวหุ้น)   

·        +IRPC ยันไม่ได้รับผลกระทบส่งออกเม็ดพลาสติกจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

·        +ครม.อนุมัติให้ TOP ต่อสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ 30 ปีขยายลงทุน ค่าเช่ารวม 1.2 หมื่นลบ.เพื่อเตรียมขยายการลงทุนของโรงกลั่นไทยออยล์เพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท

·        +KBANK (ราคาปิด 191 Bloomberg Consensus 216.84) เตรียมออกสินเชื่อแลนด์โลน เจาะกลุ่มลูกค้าไพรเวตแบงก์ ที่มีสินทรัพย์ 50 ล้านบาท ขึ้นไป คาดใช้วงเงินระยะแรก 5,000 ล้านบาท ปี 2562 ขยายวงเงินเพิ่มเป็น 15,000 ล้านบาท เบื้องต้นคาดดอกเบี้ยราว 2.5-3% ด้าน Lombard Odier มองเศรษฐกิจโลกยังโตได้ แม้ดอกเบี้ยอยู่ในขาขึ้น ชี้ไม่กระทบการทำธุรกิจแม้ตลาดโลกกดดันจากมาตรการกีดกันการค้า แนะเป็นโอกาสเข้าลงทุน เน้นกระจายเงินให้หลากหลายตามความเสี่ยง (ที่มา ทันหุ้น)

·        -  BTS (ราคาปิด 9 Bloomberg Consensus 10.85) : กสทช. ถกร่วม "ทีโอที-ดีแทค-บีทีเอส" หาแนวทางแก้ปัญหารถไฟฟ้าขัดข้อง พบคลื่น 2300 MHz ของทีโอทีกวนสัญญาณ 2400 MHz ของบีทีเอสจริง เหตุบีทีเอสมีแผนเปลี่ยนอุปกรณ์รับ-ส่งอาณัติสัญญาณและฟิลเตอร์ล่าช้าก่อนดีแทคเปิดให้บริการ เร่งบีทีเอส ขยับคลื่นออกห่างไปใช้ช่วง 2480-2495 MHz และติดตั้งระบบให้เสร็จภายในคืนวันที่ 29 มิ.ย. กทม.สั่งปรับ 1.8 ล้านบาเพื่อเป็นค่าชดเชยถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น (ที่มา ผู้จัดการรายวัน 360 องศา)

·        ความเห็น ในอนาคตคาดว่า BTS ต้องทบทวนแผนการลงทุนป้องกันปัญหาคลื่นรบกวนเพิ่มเติม

·        +KTC (ราคาปิด 348  Bloomberg Consensus 311.92) พร้อมเข้าคำนวณดัชนี SET50 เริ่มวันจันทร์ที่ 2 ก.ค.นี้ และวันที่ 6 ก.ค. 2561 มีประชุมผู้ถือหุ้นขออนุมัติการแตกพาร์จาก 10 บาท เป็น 1 บาท มั่นใจไร้ปัญหา จับตาผลประกอบการไตรมาส 2/2561 กำไรกว่า 1.24 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 58% พร้อมไร้ปัญหาการตั้งสำรองหนี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

·        +ECF ส่งบ.ย่อยลงทุนรง.ผลิตแผ่นไม้เอ็มดีเอฟ ในจ.นราธิวาส มูลค่า 1.46 พันลบ. คาดแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 62

·        +TTCL ได้งานก่อสร้างรง.ปิโตรเคมี ในเวียดนาม มูลค่าโครงการ 6.4-7.04 พันลบ. แล้วเสร็จปี 65