นักลงทุนในตลาดเริ่มกังวลมากขึ้นกับการใช้สกุลเงินของแต่ละประเทศ มาเป็นอาวุธโต้ตอบกัน ทิศทางเงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าน้อยมากในระยะสั้น
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.90บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากปิดตลาดสิ้นวันทำการก่อน ในคืนที่ผ่านมาตลาดการเงินผันผวนสูง ดัชนี Nasdaq ของสหรัฐปรับตัวลง 2.1% ขณะที่หุ้นฝั่งยุโรปก็ปรับตัวลงทุกตลาดจากความเสี่ยงของปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่น่าจะเกิดขึ้นค่อนข้างแน่นอน
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐอายุ 10ปี ปรับตัวลงไปที่ระดับ 2.88% (2bps) และค่าเงินเยนแข็งค่าลงหลุดระดับ 110 เยนต่อดอลลาร์ จากตลาดที่ปิดรับความเสี่ยง
แม้ความผันผวนในตลาดการเงินถือว่าไม่เป็นบวกกับการลงทุน แต่เราก็ยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการลงทุนในสหรัฐยังมีทิศทางขยายตัวทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรม เราจึงคงมุมมองว่าปัญหาสงครามการค้าจะไม่ส่งผลลบกับเศรษฐกิจเหมือนที่เกิดขึ้นกับตลาดการเงิน และยังมีโอกาสน้อยที่จะลุกลามไปเป็นวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหม่
อย่างไรก็ตามสงครามการค้าครั้งนี้ ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดเริ่มมีความกังวลมากขึ้นกับการใช้สกุลเงินของแต่ละประเทศมาเป็นอาวุธโต้ตอบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งจีนที่ล่าสุดธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ลง 0.50% และปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงเกือบ 2% ในเดือนนี้ เป็นปัจจัยหลักที่ยังคงกดดันให้สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่เอเชียรวมถึงเงินบาท มีโอกาสน้อยที่จะแข็งค่ากลับมาได้มากในระยะสั้น มองกรอบเงินบาทระหว่างวันที่ระดับ 32.85-32.95 บาทต่อดอลลาร์







