แนวโน้มกำไรชะลอตัว
เราไม่คาดว่า SAWAD จะรายงานกำไรออกมาดีในไตรมาส 2/61 และ 3/61 ซึ่งเป็นช่วงปรับโครงสร้างบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับของธปท. อีกทั้งกระบวนการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทเงินทุนศรีสวัสดิ์ (BFIT) ให้มากกว่า 50% ยังคงไม่ชัดเจน และอาจทำให้เม็ดเงินการลงทุนบางส่วนสูญเปล่าหากล่าช้า อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น SAWAD บ่งชี้ถึง PER ปี 2561 ที่เพียง 14.7 เท่า (1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และมีความเสี่ยงขาลงจำกัด ดังนั้น เรายังคงคาแนะนำ“ถือ” SAWAD
สินเชื่อยังเติบโตดี แต่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอาจหดตัวในปี 2561
เราเชื่อว่า SAWAD จะบรรลุเป้าหมายสินเชื่อเติบโตที่ 20-30% ในปี 2561 หลังจากที่สินเชื่อขยายตัว 22% ในไตรมาส 1/61 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความเสี่ยงจากโอกาสที่อาจพลาดเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2561 ที่ 20-25% (ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2560 อยู่ที่ 17.7% และไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 15.8%) ระหว่างช่วงดำเนินแผนการปรับโครงสร้าง เราคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของบริษัทจะอยู่ที่ 15.4% ในปี 2561 และ 15.2% ในปี 2562 ทั้งนี้ SAWAD ได้โอนสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 15% ทั้งหมดให้กับ BFIT แล้ว (ซึ่งมีใบอนุญาตของกระทรวงการคลังที่เก็บอัตราดอกเบี้ยได้สูงถึง 36%)
SAWAD ได้ขยายสินเชื่อไปยังประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม โดยพอร์ต
สินเชื่ออยู่ที่ 700 ล้านบาท (ส่วนใหญ่อยู่ในเวียดนาม) และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 30% เราคาดสินเชื่อต่างประเทศจะเติบโตได้ดี และจะเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ให้กับบริษัทในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เรายังไม่ได้นาปัจจัยนี้มาคิดในประมาณการ
หนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมมีแนวโน้มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป...
หลังจากที่สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ SAWAD สูงขึ้นเป็น 7.4% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2561 จาก 4.4% ณ สิ้นปี 2560 เนื่องจากมีลูกค้า SME จานวน 2 รายไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทั้งนี้ลูกค้ารายหนึ่งได้กลับมาใช้หนี้จานวน 700 ล้านบาทในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งทำให้บริษัทเชื่อว่าสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมจะลดลงเหลือราว 4% ในสิ้นปี 2561 อีกทั้งบริษัทคาดอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะกลับสู่ระดับปกติที่ราว 90% ในสิ้นปีนี้ จาก 50.2% ณ สิ้นเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ผู้บริหารกล่าวว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระดับปัจจุบันมากเกินพอที่จะสอดคล้องกับมาตรฐานบัญชี IFRS9 เนื่องจากโดยปกติแล้วสินทรัพย์ค้าประกันมีมูลค่าสูงกว่าสินเชื่อ 55-60% ดังนั้น เราคาดการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ปี 2561 และ 2562 จะสูงกว่าปี 2560 เพียงเล็กน้อย สมมติฐานการตั้งสารองหนี้สูญฯ สุทธิของเราอยู่ที่ 420 ล้านบาท ในปี 2561 และ 500 ล้านบาทในปี 2562 เพิ่มขึ้นจาก 394 ล้านบาทในปี 2560
มีอัพไซด์หาก SAWAD ถือหุ้นใน BFIT มากกว่า 50%
หลังจากที่ SAWAD ถือหุ้น BFIT 35.5% ในวันที่ 30 ธ.ค. 2559 โดยการทำ tender offer บริษัทมุ่งหวังจะถือหุ้น BFIT เพิ่มขึ้นดังที่แจ้งในแผนการปรับโครงสร้าง แม้บริษัทไม่ได้บอกรายละเอียดว่าจะทำผ่านวิธีใด เราเชื่อว่าบริษัทจะทา tender offer อีกครั้งในราคาที่ดีขึ้น หากบริษัทถือหุ้นใน BFIT มากกว่า 50% จากปัจจุบันที่ถือ 35.5% จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกาไรและราคาเป้าหมายปี 2561 และปี 2562 ของเรา









