"ประกันภัย" กลัวเจ๊ง ขอเลื่อนใช้บัญชีใหม่ไปอีก 2 ปี เริ่มในปี 67 ชี้ไม่ตามมาตรฐานฝรั่ง ต้องทำแบบไทย จ้างที่ปรึกษาทำแผน ชงรมว.คลัง เห็นชอบ
นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจประกันวินาศภัยยังไม่พร้อมที่จะใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินแบบใหม่ไอเอฟอาร์เอส 9 และ17 จึงอาจเลื่อนการใช้มาตรฐานการเงินใหม่ออกไปจากเดิมกำหนดปี 65 ไปเป็นอย่างช้าปี 67 แทน เพราะปัจจุบันธุรกิจประกันยังไม่มีความเข้าใจว่า มาตรฐานการเงินใหม่จะต้องปรับปรุงการทำบัญชีอย่างไร หรือมีผลกระทบอะไรบ้าง โดยเฉพาะบริษัทประกันวินาศภัยขนาดเล็กที่อาจได้รับผลกระทบเยอะ
“ปัจจุบันบริษัทประกันวินาศภัยขนาดเล็กของไทยมีอยู่มากกว่า 40 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อม หากมีการบังคับใช้มาตรฐานการเงินใหม่จริง กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบก่อน ดังนั้นส่วนตัวจึงมองว่าจะต้องมีการขยายเวลาออกไป เพราะตอนนี้จากการคุยกับบริษัทประกันภัยในหลายประเทศ เช่น ไต้หวันก็ทำไม่ทันเหมือนกัน ก็จะต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 67”
นายกี่เดชกล่าวว่า สมาคมฯ ยังได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบัญชีการเงินและการลงทุนขึ้นมาทำหน้าที่ศึกษา พร้อมกับจะว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษาในการดูแลแนวทางการจัดทำมาตรฐานรายงานการเงินฉบับใหม่ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันในไทยเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับตัว นอกจากนี้จะเชิญบริษัทประกันวินาศภัยขนาดใหญ่ 15 แห่งเข้ามาหารือด้วย และหากมีความชัดเจนอนาคตก็จะไปร่วมหารือกับสมาคมประกันชีวิตไทยต่อไปด้วย
สำหรับขอบเขตของการศึกษามาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับใหม่ไอเอฟอาร์เอส9 และ17
สมาคมฯจะศึกษาเรื่องการรายงานทางบัญชี การรายงานผลกำไร การรายงานสถานะหนี้สิน รวมถึงการตั้งสำรองว่าจะต้องมีการสำรองเพิ่มขึ้นเท่าไร ตลอดจนศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทประกันวินาศภัย 3 กลุ่ม ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาเสร็จอย่างช้าภายใน 2 ปี หลังจากนั้นจะนำผลศึกษาไปหารือกับสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลมาตรฐานบัญชีของประเทศ รวมถึงแจ้งกระทรวงการคลังเพื่อหาทางออกต่อไป
“ยอมรับว่าตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่า การทำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร และจะกระทบเราแบบไหนบ้าง ดังนั้นจึงต้องตั้งทีมขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้โดยตรง รวมถึงจะเร่งไปหารือกับบริษัทประกันในประเทศอื่นๆ ที่พัฒนากว่าเรา เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์มาว่าเค้าปรับตัวกันอย่างไร และนำมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปรับมาตรฐานบางข้อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและบริษัทของเมืองไทย ไม่ใช่รับมาตรฐานจากต่างชาติมาก็ต้องใช้แบบนั้น 100% เพราะเมืองไทยมีบริษัทประกันขนาดเล็กค่อนข้างเยอะซึ่งอาจรับมือกับมาตรฐานใหม่ไม่ไหว”









