วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (28 พ.ค.61)

น้ำมันลงกดดัน

Set Index วานนี้ผันผวนกรอบกว้างทั้งแดนลบและบวก หลังทรัมป์ยกเลิกประชุมสุดยอดกับเกาหลีเหนือ รวมถึงน้ำมันดิบยังอ่อนตัว ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังได้แรงหนุนจากการทยอยปรับคาด GDP หลัง 1Q61 ออกมามากกว่าคาด โดยกลุ่ม ENERG BANK PRO หนุนหลัก ทำให้ SET Index ปิดที่ 1,741.21 จุด (+8.70 จุด) Volume 6.44 หมื่นลบ. ทั้งนี้เป็น Foreign Net -2,660.80 ลบ.  TFEX Net -4,916 สัญญา ตราสารหนี้ +2,513.12 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย  

+"ทรัมป์" ชี้การประชุมซัมมิต"คิมจองอีน"อาจมีขึ้น 12 มิ.ย.ตามกำหนดเดิม

-ดาวโจนส์ปิดลบเนื่องจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง

-น้ำมันดิบปิดร่วงลงจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียกำลังพิจารณาปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อชดเชยการผลิตที่ลดลงของอิหร่านและเวเนซุเอลา

-ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐลดลง 1.7% ในเดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 98 ในเดือนพ.ค.

-เฟดนิวยอร์กหั่นตัวเลขคาดการณ์ศก.สหรัฐในไตรมาส 2 ขยายตัว 3.01% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดก่อนหน้านี้ที่ 3.2%หลังยอดขายบ้านใหม่ คำสั่งซื้อสินค้าคงทนซบ

-มูดี้ส์ขู่หั่นอันดับความน่าเชื่อถืออิตาลี หวั่นรัฐบาลชุดใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้สำเร็จ

+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 1.16 แสนล้านบาท เงินบาทอยู่ที่ 31.89 บาท/USD

ภาวะตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับลงจากความกังวลต่อกำลังการผลิต  ตัวเลขศก.สำคัญของสหรัฐที่ออกมาอ่อนแอโดยเฉพาะการที่เฟดสาขานิวยอร์กปรับลดคาดการณ์ GDP ในช่วง 2Q61 อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะขายอย่างต่อเนื่องคอยกดดันดัชนี  โดยมีประเด็นบวกจากการประชุมซัมมิตระหว่างผู้นำสหรัฐ-เกาหลีเหนืออาจเกิดขึ้นตามกำหนดการเดิม คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,732-1,746 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

- NYT ยอดส่งออกรถยนต์โต 5.29% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

- GGC EA เดือนก.ค.รัฐปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B20 

- หุ้นที่ Laggard ดัชนี CPF CK STEC UNIQ BJC

- JUBILE ATP30 AGE XO SSP TPCH หุ้น MAI ที่คาดว่ากำไรปี 61 เติบโต

- BANPU ราคาถ่านหินทรงตัวในระดับสูง 106.6$/Ton 

- หุ้น EEC Play ได้แก่ WHA AMATA EASTW ATP30 ORI

หุ้นแนะนำพิเศษ

AOT Analyst Meeting (ราคาปิด 69 บาท ถือ Bloomberg Consensus 73.74 บาท)

  • รายงานกำไร 2Q61 อยู่ที่ 7,269 ลบ. +12 %YoY มาจากรายได้ที่เกี่ยวกับการบิน 9,300 ลบ. +11 %YoY เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินที่ยังเติบโตต่อเนื่องเป็นจำนวน 436,817 เที่ยว +5 %YoY หลัง ICAO ปลดธงแดงเมื่อ ต.ค. 60 และจำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 72.4 ล้านคน +10 %YoY ส่วนรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบินอยู่ที่ 7,016 ลบ. +11 %YoY จากส่วนแบ่งรายได้ร้านค้าที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้โดยสาร
  • อนุมัติแผนพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 และท่าอากาศยานภูเก็ต แห่งที่ 2 คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนงานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งละประมาณ 6 หมื่นลบ.(ไม่รวมที่ดิน) โดยจะรองรับผู้โดยสาร 10 ล้านคน/ปี เพื่อรองรับผู้โดยสารในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากไม่สามารถขยายสนามบินเก่าได้จากเหตุผลด้านความแออัด
  • ความเห็น : 3Q61 คาดว่าบริษัทจะยังสามารถเติบโตได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น(เม.ย. 61 : ราว 3,092,725 คน +9.4 %YoY , ที่มา : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) สัดส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น(2Q60 : 32 % -> 2Q61 : 36 %) เนื่องจากค่าบริการของเที่ยวบินระหว่างประเทศอยู่ที่ 700 บาท เมื่อเทียบกับเที่ยวบินในประเทศซึ่งอยู่ที่ 100 บาท

 

ส่องหุ้น

  • SCB แนวรับ 50 บาท                 แนวต้าน 139.50-140.50 บาท
  • ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาต่อเนื่องและสามารถปิดได้ในระดับสูงสุดของวันจากสัญญาณ Golden cross ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ อีกทั้ง MACD ใกล้จะผ่านขึ้นมาเหนือระดับศูนย์อีกด้วย หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 50 บาทซะก่อน ระดับราคาน่าจะได้ลุ้นขึ้นผ่านเส้น BollingerTop ที่ 138 บาท ก่อนผ่านขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมในรอบเดือนครึ่งแถวๆ 139.50-140.50 บาทต่อไป
  • SSP   แนวรับ 35-8.30 บาท  แนวต้าน 8.45 , 8.55-8.65 บาท
  • ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่จุดสูงสุดเดิมในรอบสัปดาห์แถวๆ 45 บาทแล้วแต่ยังไม่ผ่าน แต่ระดับราคายังสามารถประคองตัวปิดได้ในระดับสูงของวัน และมีวอลุ่มซื้อขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแนวรับที่ 8.35-8.30 บาทซะก่อน ระดับราคาจึงจะมีลุ้นผ่าน 8.45 บาทขึ้นทำ New high ต่อแถวๆ 8.55-8.65 บาทต่อไป
  • GOLD แนวรับ 60-10.50 บาท    แนวต้าน 10.90-11.00 บาท
  • ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาทำ New high ในรอบสัปดาห์และปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วันได้แต่ยังมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นเล็กน้อย โดยมีวอลุ่มซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หากวันนี้ระดับราคาไม่ถอยกลับลงมาหรือปิดต่ำกว่าแถวๆ 60-10.50 บาทซะก่อน ระดับราคาน่าจะได้ลุ้นขึ้นต่อแถวๆ 10.90-11.00 บาทต่อไป

หุ้นมีข่าว   

·        ASAP (ราคาปิด 7.15 บาท Bloomberg Consensus 10.13 บาท) ผู้ให้บริการรถเช่าครบวงจรระยะยาว อันดับ 3 ในไทย โดยงวด 1Q61 บริษัทเพิ่มกองรถเช่าได้กว่า 1.5  พันคัน จากสิ้นงวด 4Q60 นอกจากนี้ YTD ยังมียอด Backlog ส่งมอบรถเช่าอีกกว่า 4 พันคัน และยังเปิดเผยว่าในช่วงเดือน พ.ค. 61 บริษัทยังคงได้รับความสนใจจากลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมายการเพิ่มกองรถจาก 4 พันคัน เป็น 5 พันคัน

·        ส่วนการจำหน่ายรถภายหลังหมดสัญญาเช่าระยะยาวเฉลี่ยราว 4 ปี ในปีนี้ อยู่ที่ราว 1.2 พันคัน ใกล้เคียงกับปี 60 ยังคงจำหน่ายผ่านรูปแบบการประมูลทั้งสิ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังต่ำเพียง 8% - 10% อย่างไรก็ตาม ASAP มีความพยายามที่จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายสู่ end-user โดยตรงผ่านทาง 1) Platform จำหน่ายรถออนไลน์ ปัจจุบันเป็นพาร์ทเนอร์กับ TaladROD และ Kaidee โดยกำลังเจรจาอีก 2 ราย 2) จำหน่ายรถผ่าน Franchisee โดยใช้ฐานข้อมูลเกี่ยวกับรถเช่าของบริษัทเชิงลึก (เลขไมล์, การเข้าศูนย์, อุบัติเหตุ เป็นต้น) ซึ่งคาดว่าทั้ง 2 ช่องทางใหม่ทำให้กองรถเช่าที่หมดสัญญาในปี 58 – 59 ราว 4 พันคัน และออกจำหน่ายในปี 62 – 63 จะผ่านช่องทางที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าอีกราว 1 เท่าตัวได้ราว 30 – 40% ของกองรถหมดสัญญาทั้งหมด 

·        ความเห็น การเติบโตของรายได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ไม่น่าห่วงจากทั้งการขยาย fleet รถ (ปี 61) และการจำหน่ายรถจำนวนมาก (ปี 62) นอกจากนี้ ประเด็นอื่นทั้งการ Credit ภาษี และความเสี่ยงจากสถานะการเงินตึงตัว (D/E ที่ 5.7 เท่า)  บริษัทยังยืนยันว่ายังมีวงเงิน Credit ภาษีรองรับอีกกว่า 3 ปี และสถานะทางการเงินไม่ได้ถูกจำกัดโดย Debt Covenant แต่ชดเชยด้วย Credit ของลูกค้า ASAP ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ASAP ยังสามารถเพิ่ม D/E ไปได้อีกราว 30% โดยรวม ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การเปิดทำการของ Auto Park ซึ่งจะเป็นการจำหน่ายผ่าน Franchise ที่แรกในเดือน ก.ค. 61 ว่าจะสามารถขายรถที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงได้เท่าใด ก่อนตัดสินใจลงทุน

·        +IVL (ราคาปิด 60.75 บาท Bloomberg Consensus 68.43) เข้าซื้อโรงงาน PET ของ M&G ในบราซิล 100% เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเข้าครอบครองกิจการเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา โบรกฯ คาดบุ๊คส่วนแบ่งกำไร 700 ล้านบาทต่อปี (ที่มาข่าวหุ้น)

·        + MONO (ราคาปิด 2.76 บาท Bloomberg Consensus 3.89) “กสทช.” รายงานเรตติ้งช่องรายการทีวีดิจิทัล เดือน เม.ย. 2561 จากการสำรวจของ Nielsen พบว่า ช่อง 7HD ยังครองอันดับหนึ่ง ขณะที่ 3HD อยู่อันดับสอง ส่วนอันดับสามเป็นช่อง MONO 29 (ที่มาข่าวหุ้น)

·        + BAY (ราคาปิด 39 Bloomberg Consensus 43.26) ภาพรวมของธุรกิจรายย่อยช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 2-3% คาดทั้งปีโตตามเป้าหมายที่ 11% ได้ปัจจัยหนุนจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลผ่านกรุงศรีไอฟิน บริการขอสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลที่ธนาคารได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา ส่วน NPL อยู่ในระดับต่ำทั้งปีไม่เกิน 1.5% (ที่มา ข่าวหุ้น)

·        +/-KBANK (ราคาปิด 192  Bloomberg Consensus 217.06) เปิดเผยว่า แนวโน้มสินเชื่อรวมปีนี้มีโอกาสเติบโต 5-7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกเติบโตดีกว่าที่คาด สัดส่วนรายได้ปัจจุบันแบ่งเป็น รายได้จากดอกเบี้ย 60% รายได้จากค่าธรรมเนียม 40% หลังจากธนาคารยกเว้นรายได้ค่าฟีในส่วนของการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้งเคพลัส ทำให้รายได้ค่าฟีลดลง ส่วนการรักษารายได้ค่าฟีให้มีการเติบโต ธนาคารต้องหาส่วนอื่นเข้ามาชดเชยโดยจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องดิจิทัลต่าง ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังพัฒนา (ที่มา ข่าวหุ้น)

·        CGD ประกาศเพิ่มทุนจำนวน 2,519 ล้านหุ้นรองรับการออก CGD-W4 ที่แจกฟรีให้กับผู้ถือหุ้นเดิม อัตราส่วน 5: 1 อัตราการแปลงสภาพ 1:1 ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 2.75 บาท (ที่มา SET news)