วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (24 พ.ค.61)

Selective buy

Set Index วานนี้ อ่อนตัวผันผวนในแดนลบก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาช่วงท้ายตลาดฯ ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ผ่านกฎหมายลูก ส.ว.  แต่ยังคงอยู่ในแดนลบจากการรอติดตามมติกฎหมาย ส.ส. ในวันพุธที่ 31 พ.ค. 61 โดยกลุ่ม ENERG ยังคงกดดันตลาดหลักหลังราคาน้ำมันอ่อนตัว ส่วน PROP มาชดชเยเล็กน้อย ทำให้ SET Index ปิดที่ 1,753.60 จุด (-7.11 จุด) Volume 6.42 หมื่นลบ. ทั้งนี้เป็น Foreign Net -4,944.17 ลบ.  TFEX Net -12,425 สัญญา ตราสารหนี้ +5,922.32 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย  

+ดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นหลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนก่อน โดยนักลงทุนมองว่ารายงานดังกล่าวไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเร็วกว่าคาด

+รายงานประชุมชี้กรรมการเฟดเห็นพ้องควรปรับขึ้นดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจขยายตัวสอดคล้องคาดการณ์

+ศาล รธน.ลงมติวินิจฉัยร่าง กม.ที่มา ส.ว.ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ-นัดลงมติกม.ลูกส.ส. 30 พ.ค.

+ดัชนีภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 55.7 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน

-น้ำมันปรับตัวลงหลังสต๊อกน้ำมันสหรัฐปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่คาดไว้

-ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐลดลง 1.5% ในเดือนเม.ย.

+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 1.09 แสนล้านบาท เงินบาทอยู่ที่ 32.06 บาท/USD

ภาวะตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากดาวโจนส์ที่ปรับตัวขึ้นหลังเฟดเผยรายงานการประชุม ระบุซึ่งนักลงทุนมองว่าเฟดจะปรับข้นอัตราดอกเบี้ยตามแผนเดิม และดัชนีได้รับแรงหนุนจากศาลรัฐธรรมนูยผ่านร่างกม.สว.ทำให้การเลือกตั้งเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น อย่างไรก็ตามเงินบาทที่อ่อนค่าและนักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะขายอย่างต่อเนื่องคอยกดดันดัชนี คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,745-1,763 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

-NYT ยอดส่งออกรถยนต์โต 5.29% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

- เดือนก.ค.รัฐปรับเพิ่ม B7 เป็น B20  GGC EA BCP PTG

- หุ้นที่ Laggard ดัชนี CPF CK STEC UNIQ BJC

- JUBILE ATP30 AGE XO SSP TPCH หุ้น MAI ที่คาดว่ากำไรปี 61 เติบโต

- BANPU ราคาถ่านหินทรงตัวในระดับสูง 104$/Ton 

- หุ้น EEC Play ได้แก่ WHA AMATA EASTW ATP30 ORI

- ภาครัฐฯใช้ม.44 บรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลบวกต่อ BEC WORK MONO RS

หุ้นแนะนำพิเศษ

VGI Analyst Meeting (ราคาปิด 8.40 บาท Bloomberg Consensus 7.76)

-รายงานกำไรปี 18 (สิ้นสุด 31/3/61) ที่ 964 ล้านบาท +28%YoY มีรายได้อยู่ที่ 3.9 พันล้านบาท +29%YoY โดยมีรายได้หลักจากสื่อรถไฟฟ้า นอกบ้าน อาคารสำนักงาน และดิจิตอล ในสัดส่วน 57% 24% 9% และ 10% ตามลำดับ) ขณะที่ GP เพิ่มขึ้นจาก 58% สู่ 61% ในปี 18 เนื่องจากการปรับเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ค่าโฆษณากับ BTS ด้านค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นจากการซื้อหุ้น MACO ในสัดส่วน 30.38% จึงทำให้กำไรสุทธิเติบช้ากว่ารายได้

-บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 21 อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท หลังจากซื้อหุ้น Kerry express ประเทศไทยสัดส่วน 23% มูลค่า 5.9 พันล้านบนาท คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้จากการทำธุรกรรม Offline to Online (O2O) เพิ่มขึ้น และมีแผนให้ MACO ขยายธุรกิจไปต่างประเทศเพิ่มเติม จากที่ปัจจุบัน VGI ได้ขยายธุรกิจไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซียแล้ว

-ความเห็น บริษัทมีกลยุทธ์กาขยายธุรกิจเชิงรุก แต่ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PE สูงถึง 71 เท่าซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีที่ 64 เท่า อีกทั้งคาดว่าจะได้รับผลจากการ Dilution effect จากการใช้สิทธิ์ของ Warrant 1 อีก 23.5% ส่งผลให้แม้ผลประกอบการจะเติบแต่คาดว่า PE ของ VGI จะทรงตัวในระดับสูงจึงแนะนำเพียง “เก็งกำไร”

 

หุ้นมีข่าว   

ASIAN (ราคาปิด 6.00 บาท Bloomberg Consensus 10 บาท)

·        จาก Analyst Meeting ผู้บริหารชี้แจงสาเหตุกำไร 1Q61 หดตัวกว่า 75%QoQ เกิดจาก ธุรกิจ Frozen และ Tuna ได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบผันผวน อาทิ ปลาหมึก กุ้งและปลา Sillago และปลาทูน่า แต่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ยังเติบโตต่อเนื่องหลังยังสามารถเพิ่มยอดขายในกลุ่ม Premium ใหม่ๆได้ แต่เป็นธุรกิจเดียวที่ได้รับผลกระทบจาก FX สู่กำไรขั้นต้น ส่งผลต่อ GPM รวมราว 1 – 2% เมื่อบวกกับราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ทำให้ GPM ลดลงจาก 13% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาที่ 6%

·        Outlook 2Q61 น่าจะยังเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบผันผวนสำหรับ ปลาหมึก กุ้ง และทูน่า แม้ได้รับการชดเชยบางส่วนจากเงินบาทที่อ่อน แต่ช่วงครึ่งปีหลังน่าจะได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยทั้ง 1) มีแผนการควบคุมต้นทุน (Cost Rationalization) สำหรับโรงงงานที่ยังไม่ได้ใช้อัตรากำลังการผลิตอย่างเต็มที่ 2) เปิดตัวอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกระดับ Premium เป็น Own Brand ตัวแรก คือ“Maria” ภายใต้บริษัท JV ชื่อ “Interpetrina”(ถือหุ้น 40%) และ 3) การเข้าสู่ช่วง High Season ของอาหารแช่แข็ง ทูน่า และอาหารสัตว์

·        ความเห็น คาดกำไรงวด 2Q61 ยังตกต่ำ YoY เนื่องจากราคาปลาหมึกยังทรงตัวสูง ขณะที่บริษัทยังอยู่ระหว่างการหา Supplier รายอื่นจากปัจจุบันที่พึ่งพาน้อยราย ส่วน 3Q61 เป็นต้นไปมีโอกาสพลิกฟื้นจากทั้ง อาหารสัตว์เลี้ยงใหม่ High Season และลดต้นทุน อาจทำให้ผลประกอบการตามเป้าหมาย คือ รายได้ปี 61 เติบโต 8 – 9%YoY (1Q61 อ่อนตัว 5.9%YoY) และ GPM ที่ 10 – 10.5% (1Q61 ที่ 6%) โดยรวมแม้ราคาหุ้นปัจจุบันจะมี Current PER ที่ 9.5 เท่า แต่แนะนำรอผ่านช่วงกำไรตกต่ำ และราคาวัตถุดิบเอื้อบริษัทมากกว่านี้ก่อนถึงเข้าลงทุน

·        CPN (ราคาปิด 77.5 Bloomberg Consensus 89.17) ตั้งงบลงทุน 5 ปี 1 แสนล้านบาทสร้าง New Landscape 5 โครงการทั้งใน-ตปท.ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ โฉมใหม่ เซ็นทรัล ภูเก็ต เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ มาเลเซีย  เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา และเซ็นทรัล วิลเลจ บริษัทตั้งเป้ารายได้ไนช่วง 5 ปี (ปี 61-65) เติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 13% ต่อปี ส่วนปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% จากปีก่อน ตั้งเป้าพัฒนาโครงการใหม่ปีละ 2 โครงการในรูปแบบมิกซ์ยูสซึ่งมีทั้งศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัย เพื่อให้โครงการเป็นมากกว่า Shopping Center ตั้งเป้าภายในปี 65 มีพื้นที่เช่า 2.2 ล้านตร.ม.จากปัจจุบัน 1.6 ล้านตร.ม. ศึกษาลงทุนพัฒนาศูนย์การค้าในเวียดนามตั้งงบ 3-6 พันลบ.คาดบรรจุในแผน 5 ปี และสนใจร่วมประมูลพัฒนาพื้นที่ 32 ไร่ในสถานีกลางบางซื่อแปลง A มูลค่าลงทุนกว่า 1 หมื่นลบ.รอความชัดเจน TOR

·        ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อศักยภาพในการเติบโตของรายได้และผลการดำเนินงานในอนาคต Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 1.24 หมื่นลบ. +26% จากกำไรปกติ ในปี 60 ที่ 9,893 ลบ. ซึ่งไม่รวมรายการพิเศษ และคาดการณ์กำไร 2Q61 ที่ 3,006 ลบ. +20 %YoY จากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า30% จากการเปิดตัวIKEA บางใหญ่ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ช่วงมี.ค. การเปิดบริการของเซ็นทรัลพระราม 3 หลังปิดปรับปรุง ทำให้อัตราเช่าพื้นที่เพิ่มเป็น 88% จาก 82% ในปี 60 ประกอบกับจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมราว 1,000 ลบ.

·        ORI (ราคาปิด 19.9 Bloomberg Consensus 23.6) จับมือกับบจ.ฟัลครัม โกลบอล(Fulcrum Global) สัญชาติฮ่องกงบริหารงานขายโครงการของออริจิ้นในตลาดต่างประเทศแต่เพียงผู้เดียว ตั้งเป้ายอดขายในตลาดต่างประเทศ 4 พันล้านบาทในปี 61 หรือมีสัดส่วน 20-25% ของยอดขายรวมภายในปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วน 15% ของยอดขายรวม อนาคตมีแผนเปิดสำนักงานออริจิ้นสาขาฮ่องกงมีห้องตัวอย่างให้ลูกค้าได้ชม

·        +BCPG (ราคาปิด 20.1 บาท Bloomberg Consensus19.5 ) ขายโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น 2 แห่ง กำลังผลิต 27.6 MW ให้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน คาดมูลค่า 3.2 พันลบ.

·        +PTTGC (ราคาปิด 95.50 บาท Bloomberg Consensus 108.98)เดินเครื่องกำลังการผลิตเต็มสูญ ดันรายได้ปีนี้ดีกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 4.48 แสนล้านบาท หลังราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นที่ระดับ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พร้อมทุ่มงบลงทุน 1.3 แสนล้านบาท ขยายปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ 3 โครงการ ในพื้นที่ EEC ซุ่มเจรจาพันธมิตรญี่ปุ่นร่วมทุน คาดได้ข้อสรุปปลายปี 2562 (ที่มาทันหุ้น)   

·        +PTTEP (ราคาปิด 144.5 บาท Bloomberg Consensus 135.47) เดินเกมกินรวบถือหุ้นในแหล่งก๊าซบงกชเพิ่ม 22% หวังดันปริมาณการขายเพิ่มเป็น 1.7 หมื่นบาร์เรลต่อวัน เล็งซื้อกิจการในประเทศบราซิล-เม็กซิโก ตั้งเป้าปริมาณการขายปีนี้แตะ 3 แสนบาร์เรลต่อวัน คาด EBITDA Margin ปี 2561 ที่ 70-75%  (ที่มาทันหุ้น)   

·        - BGRIM (ราคาปิด 27 บาท Bloomberg Consensus 31.43) แผนก่อสร้างโรงไฟฟ้า 2 โครงการ “BGPR1-BGPR2” กำลังการผลิตรวม 240 MW สะดุด พัฒนาต่อไม่ได้ ต้องยื่นขอย้ายที่ตั้งไปยังนิคมฯ ที่สมุทรปราการ แทนที่เดิมนิคมฯ วี.อาร์.เอ็ม. จ.ราชบุรี หลัง กนอ.ประกาศยุบเมื่อต้นปี 59 หากย้ายที่ตั้งใหม่ไม่ได้ ส่งผลลบกระทบกำลังการผลิตปี 64 จะหายไป 240 MW (ที่มาข่าวหุ้น)

·        ตลท.อนุมัติย้าย NVD จากตลาด mai เข้าซื้อขายใน SET เริ่ม 24 พ.ค.61 เป็นต้นไป การคำนวณ Ceiling & Floor ของหลักทรัพย์ NVD ให้ใช้ราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นฐานในการคำนวณ Ceiling & Floor ตามปกติ ทั้งนี้ NVD ดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจรับก่อสร้างบ้าน และ ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ รั้วสำเร็จรูป และอลูมิเนียมสำเร็จรูป