วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่าบาท 'แข็งค่า' นักลงทุนขายทำกำไรดอลลาร์

บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า "31.72 บาทต่อดอลลาร์" ตลาดอาจเริ่มเทขายดอลลาร์ทำกำไร ลุ้นตัวเลขศก. สหรัฐฯ บาทไม่อ่อนค่าแรง และ ในวันอังคารนี้จับตาถ้อยแถลงเฟดคาดส่งสัญญาณขึ้นดบ. ได้มากกว่า2ครั้ง

นักบริหารเงินธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.72 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจาก 31.79 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับวันนี้มองเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในช่วงกรอบ 31.65-31.75 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบ 31.45-31.80 บาทต่อดอลลาร์ ในสัปดาห์นี้

เนื่องจากตลาดอาจจะเริ่มเทขายทำกำไรค่าเงินดอลลาร์บ้าง รวมทั้งตลาดจะรอลุ้นตัวเลขเศรษฐกิจในหลายประเทศหลัก โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางยุโรป และเฟด ซึ่งสามารถบ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน และกระทบตลาดการเงินได้

แต่อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทอาจจะไม่อ่อนค่าไปได้มาก เนื่องจากผู้ส่งออกจำนวนมากอาจจะรอขายดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 31.70-31.75 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับสัปดาห์นี้มีตัวเลขเศรษฐกิจ ที่น่าสนใจดังนี้
ตลาดจะให้ความสนใจถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟด โดยเฉพาะถ้อยแถลงของประธานเฟด ในวันอังคาร ตลาดจะจับตาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยได้มากกว่า 2 ครั้งได้ (รวมขึ้นดอกเบี้ยทั้งปี เกิน 3ครั้ง) และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงดังกล่าว

และในวันพุธ นักวิเคราะห์ประเมินว่า ยอดการส่งออกและนำเข้าของจีนจะสามารถกลับมาขยายตัวได้ 6% และ 13% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ สะท้อนว่าการค้าโลกยังคงมีแนวโน้มที่ดีในปีนี้ ทว่ามาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะยังคงสิ่งที่ต้องจับตามองในปีนี้ และอาจจะกระทบแนวโน้มการค้าโลกได้

ส่วนวันพฤหัสบดี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี มองว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะยังคงนโยบายการเงินต่อ โดยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% อย่างไรก็ดี หากตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง และเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกิน 2.5% ต่อ อาจจะเป็นแรงหนุนให้ธนาคารกลางอังกฤษสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ตลาดจะจับตา ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ (CPI YoY) โดยเฉพาะ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI YoY) ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ระดับ 2.1% แตะระดับ 2.2% และมีโอกาสช่วยหนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2-3 ครั้งของเฟดในปีนี้