วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่าบาท 'แข็งค่า' ตามภูมิภาค

บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า "31.43 บาทต่อดอลลาร์" ในสัปดาห์นี้บาทมีโอกาสแข็งค่าตามภูมิภาค จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.43 บาท ต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากช่วงปิดท้ายสัปดาห์ก่อนที่ 31.46 บาทต่อดอลลาร์

ในสัปดาห์นี้ เชื่อว่าตลาดจะมีความผันผวน เนื่องจากนโยบายการค้าล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประเด็นที่กดดันตลาดเงิน เชื่อว่าทั้ง ECB และBOJ จะมีการโต้ตอบผ่านแถลงการณ์ แต่ก็มีความเป็นไปได้ไม่มากที่ค่าเงินดอลลาร์จะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเพราะนักลงทุนไม่เชื่อว่าธนาคารกลางหลักอื่นๆ จะสามารถผ่อนคลายนโยบายทางการเงินสวนทางกับภาพเศรษฐกิจได้

ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าตามสกุลเงินเอเชียในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าความผันผวนจะเพิ่มขึ้นต่อในช่วงกลางสัปดาห์ และตลาดจะจับตาไปที่สหรัฐในวันศุกร์ ถ้าตัวเลขการจ้างงานดีตามคาดก็จะเป็นบวกกับค่าเงินดอลลาร์ แต่ถ้าออกมาต่ำกว่าคาด อาจกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงแรง

กรอบเงินบาทวันนี้ 31.35-31.45 บาท/ดอลลาร์ กรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 31.20-31.70 บาท/ดอลลาร์

สัปดาห์นี้สิ่งที่ต้องจับตาคือ ผลการเลือกตั้งในอิตาลี การประชุมธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่น กับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์

ในฝั่งของอิตาลี ผลการเลือกตั้งน่าจะเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยเอ็กซิตโพลล่าสุดชี้ว่า พรรคการเมืองที่มีแนวคิดสุดโต่งอย่าง Five Star Movement ได้คะแนนเสียงมากที่สุดขณะที่พักฝั่งรัฐบาล (Partito Democrat) ได้คะแนนเสียงตามมาเป็นอันดับที่สอง มีโอกาสเป็นประเด็นยืดเยื้อ และสร้างความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยุโรป

วันพฤหัส การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะ “คงดอกเบี้ย” ที่ระดับเดิม ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นน่าจะส่งผลให้ ECB ส่งสัญญาณว่าอาจจะลดการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินลงในปีนี้ ถ้าสหรัฐไม่กลับมาเล่นสงครามการค้ากับทั่วโลก

วันศุกร์ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน โดยจะยังคงดอกเบี้ยที่ระดับติดลบ 0.1% และดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 0.0% แต่อาจมีการให้ความเห็นต่อนโยบายกีดกันการค้าล่าสุดจากฝั่งสหรัฐ

คืนวันศุกร์ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในสหรัฐ คาดว่าจะรายงานที่ระดับ 2.1 แสนตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเลขการว่างงานจะลงมาอยู่ที่ระดับ 4.0% ขณะที่รายได้ (Average hourly earning) น่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หรือคิดเป็น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงพื้นฐานที่แข็งแกร่ง