เมย์แบงก์ กิมเอ็งคาด "หุ้นไทยเดือนมี.ค." ปรับขึ้นต่อ ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยพื้นตัวดี - ความคาดหวังเชิงบวกต่อการเลือกตั้ง แนะลงทุนกลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศและพลังงาน-ปิโตรฯ
บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผย Investment theme เดือนมี.ค. คาดว่าดัชนีแกว่งขึ้นต่อแต่ต้อง Selective Buy มากขึ้น
โดยปัจจัยเรื่องผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในช่วง 4Q60 ผ่านพ้นไปแล้วโดยสรุปพบว่ากำไรสุทธิ 4Q60 ของบริษัทจดทะเบียนใน SET และ MAI รวม 631 บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งหมดที่ 249,553 ล้านบาทเติบโตเพิ่มขึ้น +22%YoY และ +18%QoQ ซึ่งกำไรส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
ส่วนในด้านกำไรตลาด (Market EPS) พบว่าล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 110.6 จุดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย +0.47% จากต้นปี
สำหรับภาพรวมการลงทุนในเดือนมีนาคม เรายังคงคาด SET มีโอกาสแกว่งขึ้นต่อ ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีสัญญาณการฟื้นตัวได้ดี รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกต่อการเลือกตั้งที่คาดจะยังคงอยู่ในกรอบเดิม (ราว กพ. 2562)
ระยะสั้นคงต้องติดตาม การพิจารณา พ.ร.ป การเลือกตั้ง สส. และที่มา สว. ฉบับแก้ไข ซึ่งหากแล้วเสร็จในช่วงเดือน มีนาคม นี้ ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงนามในช่วง 3 เดือน และจะได้กรอบที่ชัดเจนในช่วงเดือน มิถุนายน ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามกรอบระยะเวลาเดิม คาดจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นต่อการลงทุนจากนักลงทุนไทย และต่างชาติปรับตัวสูงขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน ท่ามกลางตลาดที่แกว่งผันผวน แนะ Selective Buy เน้นกลุ่ม Big Caps ที่มีพื้นฐานดี เช่น BJC, CPALL, IRPC, ADVANC, TISCO, BH, ERW, IVL, BGRIM, LH เป็นต้น
ทั้งนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา SET ผันผวนและมีแรงขายช่วงปิดตลาดโดยภาพรวมตลอดทั้งวันแม้จะมีแรงขายหลักในกลุ่มโรงไฟฟ้า (BCPG, GPSC) และกลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP) แต่ก็ยังได้แรงหนุนจากกลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, BEAUTY, COM7) และธนาคาร (BAY, BBL) ช่วยพยุงตลาดไว้
อย่างไรก็ตาม ช่วงปิดตลาด (ATC) มีแรงขายกดดัชนีย่อราว 6 จุด โดยคาดมาจากการปรับพอร์ทของ MSCI ส่งผลให้ ณ.สิ้นวัน SET ปิดที่ระดับ 1,830 จุด (-0.26 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 7.69 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับวานที่ผ่านมาที่ 1.02 แสนล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยที่ 3,941 ล้านบาท และเปิด Short SET50 index future ที่ 8,323 สัญญา









