วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“เอเชี่ยนมันนี่ไกด์”ข้อมูลการเงินเพื่อผู้หญิง

สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานข้อมูลประเทศไทยมีประชากรกว่า 65 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้หญิง 51% และผู้ชาย 49% โครงสร้างประชากรของสังคมไทยมีประชากรผู้หญิงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ“พลังทางสังคม”ของผู้หญิงมีแนวโน้มมากขึ้น

จากผลสำรวจพบว่ามีเพียง 27% ของคนไทยที่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการเงิน และในจำนวนผู้หญิงทั่วโลกมีถึง 70% ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการด้านการเงิน (S&P Ratings Services Global Financial Literacy Survey) โดย 38% ของผู้หญิงมีความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการและวางแผนด้านการเงินเมื่อยามเกษียณ (HSBC Global Report on The Future of Retirement)

ศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายผลิตภัณฑ์ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าปัจจุบันการลงทุนมีหลากหลายรูปแบบนอกจากการออม ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังเน้นลงทุนออมเงินผ่านบัญชีเงินฝาก 70-80%    

สถาบันการเงินต่างๆ ได้ปรับการให้บริการมาในแนวการให้คำปรึกษาด้านการเงินและการลงทุน ในกลุ่มที่ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ได้จัดทำ SCB Investment Center หรือศูนย์บริหารความมั่งคั่ง เพื่อตอบโจทย์สมาชิกในเรื่องของการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจร  

สำหรับรูปแบบการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินออม มีหลากหลาย เช่น การลงทุนหุ้น, หุ้นกู้,กองรีท ,ประกันชีวิตประเภทเงินออม ,LTF,  RMF ,การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม ทำเลย่านธุรกิจ รวมทั้งการลงทุนใน Passion Assets สินค้าหรูที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม  นาฬิกาหรู รองเท้า ภาพวาด เป็นต้น  

“การลงทุนทางการเงินที่ได้ผลตอบแทนดี จะต้องกระจายพอร์ตลงทุน เพื่อมีแหล่งรายได้จากหลายช่องทาง  ซึ่งการลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นการลงทุนทุกรูปแบบต้องศึกษาข้อมูลแหล่งต่างๆ ที่มีหลากหลายช่องทางในยุคนี้”

โรชนิ ชูกานิ ผู้อำนวยการ เว็บไซต์เอเชี่ยนมันนี่ไกด์ (AsianMoneyGuide.com) หรือ AMG  บริษัท ทิคเคิลด์ มีเดีย จำกัด กล่าวว่าปัจจุบันผู้หญิงหลายคนมักมีคำถามเกี่ยวกับการใช้เงินและความคุ้มค่าในการใช้เงินสำหรับการใช้จ่าย รวมทั้งการลงทุนในด้านต่างๆ ที่ไม่สามารถหาคำตอบด้วยตัวเองได้ เพราะความไม่มั่นใจและขาดข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจ 

 แนวโน้มดังกล่าวทำให้ ทิคเคิลด์ มีเดีย ซึ่งให้บริการด้านสื่อในไทย  คือ theAsianparent.com  แอพพลิเคชั่นเครือข่ายสำหรับพ่อแม่และแหล่งชุมนุมของพ่อแม่ มาตั้งแต่ปี 2552  ได้เปิดตัว เว็บไซต์เอเชี่ยนมันนี่ไกด์ ในประเทศไทยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ทางการเงิน โดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง เพื่อที่จะช่วยผู้หญิงให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลตัวเองได้ และมีความเป็นอิสระในด้านความคิดในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน 

โครงสร้างของเว็บไซต์เอเชี่ยนมันนี่ไกด์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้ “การเงินเป็นเรื่องง่ายดาย” ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องความจำเป็นด้านการเงินของผู้หญิง ที่แตกต่างจากหนังสือ หรือเว็บไซต์ที่มีแต่คำศัพท์วิชาการ ซึ่งล้วนเข้าใจยากและไม่เหมาะกับผู้อ่านที่ไม่พื้นฐานเรื่องการเงิน โดยเอเอ็มจี ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงทุกคน ในการตัดสินใจและสามารถวางแผนทางการเงินและการลงทุนรูปแบบต่างๆ 

เว็บไซต์เอเอ็มจี ได้ถูกก่อตั้งขึ้นใน 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์  มีเป้าหมายเพื่อ “ให้ผู้หญิงแข็งแกร่งขึ้นด้วยคำแนะนำทางด้านการเงินและการทำงาน โดยข้อมูลที่ผ่านการคัดกรองมาอย่างเหมาะสมแล้ว จะถูกนำเสนออย่างถูกที่ถูกเวลา” 

เอเอ็มจี นำเสนอคอนเทนท์ผ่าน บทความ เรื่องจริงจากประสบการณ์ วีดิโอ รายการ และเนื้อหาในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งถูกแบ่งตามหมวดหมู่ ดังนี้ การออม, บัตรเครดิต/บัตรเดบิต, การลงทุน, การเกษียณอายุ, คริปโตเคอเรนซี่และฟินเทค, เรื่องของภาษี, ประกันชีวิตและประกันภัย, อสังหาริมทรัพย์, ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ, กิจกรรมทางสังคมและอีเวนท์, หางาน, ท่องเที่ยว, บ้านและที่อยู่อาศัยรอบรู้เรื่องสุขภาพ และสมดุลในชีวิตการทำงาน เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ยังมีแอพพลิชั่นนำเสนอเครื่องมือทางด้านการเงิน ที่เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของ ผู้หญิงในวัยต่างๆ อาทิ การบริหารการเงินในวัยเกษียณ, การบริหารเงินในการกู้ยืม (Loan and Morgate), การออม เป็นต้น เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการวิเคราะห์คำนวณได้ด้วยตนเองก่อนการตัดสินใจด้านการเงิน

“จุดแข็งของเราคือ การมีนักเขียนผู้หญิงและอินฟลูเอ็นเซอร์ ที่มาจากหลากหลายวงการในภูมิภาคนี้ ที่สำคัญคือสร้างสรรค์เนื้อหาโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเรื่องเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยข้อมูลที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซับซ้อน เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันและตอบโจทย์ผู้หญิงได้อย่างดี”

ปัจจุบันทิคเคิลด์ มีเดีย มีผู้ติดตามกว่า 12 ล้านราย ทั้งในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ศรีลังกา เวียดนาม และไต้หวัน