วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES (27 ก.พ.61)

มุ่งทดสอบ High เดิม

ภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้ ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องหลังน้ำมันดิบฟื้นตัว ดาวโจนส์บวกจาก Bond Yield ชะลอการขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้น หนุนหุ้นทุกกลุ่มเป็นบวก โดยเฉพาะ ENERG รองลงมาเป็น TRANS PERTO BANK ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,834.18 จุด (+26.12 จุด) Volume 7.22 หมื่นลบ. โดย Foreign Net +115.86 ลบ.  TFEX Net -6,937 สัญญา ตราสารหนี้ +1,649.90 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+ ดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้นขานรับตลาดพันธบัตรสหรัฐที่เริ่มมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวก

+ น้ำมันดิบปิดบวกหลังจากซาอุดิอาระเบียให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

+ บอร์ด EEC เห็นชอบหลักการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและขยายพื้นที่สู่จังหวัดใกล้เคียง เตรียมพิจารณาและเสนอครม.อนุมัติต่อไป

+ สศค.คาดศก.ไทยไตรมาสแรกปี 61 มีแนวโน้มขยายตัวดีจากการฟื้นตัวของการบริโภค-ลงทุนภาคเอกชน-ภาคท่องเที่ยว

- ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐลดลงเป็นเดือนที่ 2 ในม.ค. โดยดิ่งลง 7.8% เมื่อเทียบรายเดือน

+/- Fund Flow ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อเล็กน้อย 115 ล้านบาท (MTD ขาย 3.8 หมื่นล้านบาท) ขณะที่เงินบาทแข็งค่ามาอยู่ที่ 31.38 บาท/USD

**27 ก.พ.นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสสหรัฐ ซึ่งจะเป็นการแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินเป็นครั้งแรกต่อรัฐสภาสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ขานรับตลาดหุ้นต่างประเทศและตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับขึ้น และราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ Fund Flow ที่ผันผวนและแรงขายทำกำไรเป็นปัจจัยลบกดดันตลาดหุ้นไทย  ดังนั้นคาด SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นในกรอบ 1,824-1,848 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

- หุ้นปันผลเด่น ASEFA BAFS CPT CRD FTE GLOW KKP NYT PL PM PSH PTTGC SCB SF SIS SMPC SPRC TK TOG TOP WHAUP TISCO

- PTT PTTEP PTTGC IRPCราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสู่ 64.04 $/bbl

- IVL MINT : MSCI ประกาศเพิ่มน้ำหนักลงทุน มีผล 28 ก.พ.

- หุ้น Turnaround ใน 4Q60 PSL AFC PJW U GRAND INOX PTTEP ASN SAMCO IRCP DTC BLA TRITN CGD TVD TM VARO TRT CI THAI UREKA

- AIT ITEL กสทช.เตรียมประมูลเน็ตชนบทเดือน ก.พ. 61

- หุ้นที่ผลประกอบการจะเติบโตในไตรมาส 4/60 TRUE  ASIMAR

หุ้นแนะนำพิเศษ

CPN (ราคาปิด 85.25 Bloomberg Consensus 89.66)

  • กำไรสุทธิปี 60 เท่ากับ 36 หมื่นลบ. +48% หากไม่รวมรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำใน Q3 ในการได้รับค่าสินไหมทดแทน 3.5 พันล้านบาท และรายได้สุทธิจจากการแปลง CPNRF เป็น CPNREIT และการให้เช่าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช (บางส่วน) และโรงแรมฮิลตัน พัทยาจำนวน 175 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 9,893 ลบ. +7%
  • ปี 61 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% มีปัจจัยขับเคลื่อนจากสาขาใหม่ที่เปิดในปี 60 (นครราชสีมาและมหาชัย) สาขาใหม่ที่เปิดในปี 61(ภูเก็ต2 สาขาใหม่ 1 แห่งและ I-City สาขาในตปท.สาขาแรกที่มาเลเซีย) รวมทั้งรายได้จากการโอนคอนโดฯ 3 แห่ง (ระยอง เชียงใหม่ ขอนแก่น)มูลค่ารวม 8 พันลบ.มียอดจอง 100% และอัตราเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นหลังปรับปรุงพื้นที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์แล้วเสร็จ ฐานรายได้ที่สูงจะช่วยชดเชย Gross Margin รวมมีแนวโน้มลดลงจากโครงการเพื่อขายมาผสม 
  • Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 1.24 หมื่นลบ. +26% จากกำไรปกติในปี 60 เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อแผนงานในอนาคตที่หนุนศักยภาพในการเติบโตของรายได้และผลการดำเนินงาน

 

หุ้นเริ่มซื้อขายวันแรก : ABM (ราคา IPO 1.80 บาท)

ตลาด mai /อุตสาหกรรมทรัพยากร

  • บมจ. เอเชีย ไบโอแมส (ABM) ประกอบธุรกิจหลักในการจัดหาและจัดจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวมวลได้แก่ กะลาปาล์ม ไม้สับ ชีวมวลอัดแท่ง ขี้กบขี้เลื่อย เป็นต้น  โครงสร้งรายได้ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในงวด 9M60  คิดเป็นสัดส่วนรายได้ตามผลิตภัณฑ์ 53.7% , 25.5%, 10.3% และ 7.7% ตามลำดับ จำหน่ายให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ได้แก่ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และกลุ่มโรงไฟฟ้า  กลุ่มผู้แปรรูปชีวมวล กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไม้ และกลุ่มที่นำเชื้อเพลิงชีวมวลไปจัดจำหน่ายต่อ  60 มีกำไรสุทธิ 15.6 ลบ. ลดลง 40%YoY
  • จำนวนหุ้นที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 75ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ  135  ลบ. ใช้ในการลงทุนขยายพื้นที่เก็บรวบรวมกะลาปาล์มเพิ่มเติมในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ใช้ลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งกับบริษัทร่วมทุนบริเวณภาคใต้ ใช้ลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตไม้สับและโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งที่จ.สุราษฎร์ธานี  และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
  • ราคา IPO คิดเป็น Current PER ที่ 29.51 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (MAI)ค่า PER เฉลี่ยเท่ากับ 45.46 เท่า

  • หุ้นมีข่าว   

    Ø  ประเด็นลบกลุ่มการเงิน - ก.คลังเห็นชอบให้มีการยกร่าง พ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน  โดยจะมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลธุรกิจnon-bank ได้แก่ ลิสซิ่ง การรับจำนำทะเบียนรถ แฟคตอริ่ง รวมถึงพิโกไฟแนนซ์ แต่ไม่ครอบคลุมถึงธุรกิจบัตรเครดิตที่เป็นบริษัทลูกของแบงก์ เพราะธปท.กำกับดูแลอยู่แล้ว เพื่อกำกับดูแลไม่ให้เกิดความเสียหายและคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากการคิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าปกติ  สำหรับธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ตั้งขึ้นโดยก.คลังปัจจุบันภายใต้มติครม. มีหน่วยงานรับพิจารณาจัดตั้งพิโกไฟแนนซ์ คือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) หน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่ก็จะรวมเอาพิโกไฟแนนซ์มาไว้ในการดูแลด้วย

    Ø  หุ้นแบงก์ปันผล

    BBL 4.50 บาท XD 7 มี.ค. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.2%

    KKP 3.00 บาท XD 2 พ.ค คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.8%

    KBANK 3.50 บาท XD 11 เม.ย. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.5%

    LHBANK 0.03 บาท XD 30 เม.ย. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.7%

    TCAP 1.30 บาท XD 2 พ.ค. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.4%

    TMB 0.06 บาท XD 23 เม.ย. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.0%

    SCB 4 บาท XD 17 เม.ย. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.7%

    TISCO 5 บาท XD 27 เม.ย. คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.7%

    Ø   AMA (ราคาปิด 16.90 บาท ซื้อ ราคาเหมาะสม 20.50 บาท)ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโต 30%YoY ภายใต้กองเรือ New High ที่ 12 ลำ น้ำหนักบรรทุกเกิน 1 แสน DWT หลักๆยังตงรองรับตลาดน้ำมันปาล์มที่ยังเติบโต และยังมีแผนขยายกองรถบรรทุกอีก 30 คัน ส่วนดีล M&A ธุรกิจ Logistic ปัจจุบันกำลังศึกษา Potential Deal อยู่ซึ่งอาจเกิดขึ้นในปี 61 ภายใต้ฐานะทางการเงินที่มี D/E อยู่ที่ 0.88 เท่า กระแสเงินสดจาการดำเนินงานต่อปี 400 ล้านบาท

    Ø  ความเห็น คาดการเพิ่มกองเรือไม่น่าหยุดอยู่เพียง 12 ลำ ภายในปี 61 เนื่องจาก ด้วยความยืดหยุ่นทางด้านการเงินของ AMA สะท้อนความสามารถในการเพิ่มกองเรือได้อย่างไม่ยากเย็น (เรือขนาด 1.3 หมื่น DWT ลำละ 3 ลบ.) กอปรกับล่าสุดยังได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดทำงบการเงินของบริษัทย่อย AMAL เป็นผลให้ผลการดำเนินงานนับจากนี้จะสะท้อนภาพความเป็นจริงมากขึ้น ยังคงคาดกำไรเติบโตเฉลี่ยราว 20% ในปี 61 - 62 ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

    Ø   (+) BRR เปิดเผยว่าปี 60 มีรายได้รวม 5,928.17 ล้านบาท +26.5% และมีกำไรสุทธิ 525.41 ล้านบาท +363% เนื่องจากราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายส่งออกปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปี 58 จนถึงช่วงกลางปี 59โดยเฉพาะในไตรมาส 1 และ 2 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทส่งออกน้ำตาลทรายเป็นจำนวนมาก สำหรับปีการผลิต 60/61  คาดจะมีอ้อยเข้าหีบรวม 2.9 ล้านตัน +31% มีผลผลิตน้ำตาลทรายรวม 333,500 ตัน +35% ปี 61 มีแผนลงทุนสร้างโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยภายใน 1Q61 และโรงงานแปรรูปน้ำตาลทรายเพื่อต่อยอดเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ในส่วนของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าชีวมวล บริษัทพร้อมที่จะยื่นประมูลขายไฟฟ้าเมื่อภาครัฐเปิดให้มีการประมูล (ที่มา อินโฟเควสท์)

    Ø  SYNEX (ราคาปิด 15.40 ซื้อ ราคาเหมาะสม 16.20) และบ.ย่อยปี 60 กำไร 623.84 ลบ. เทียบกับปี 59 กำไรที่ 406.93 ลบ. 53%YoY

    Ø  COMAN (ราคาปิด 6.70 ซื้อ ราคาเหมาะสม 8.25) และบ.ย่อยปี 60 กำไรที่ 30.15 ลบ. เทียบกับปี 59 กำไรที่ 33.37 ลบ. -10%YoY แต่กำไร 4Q60 อยู่ที่ 13.5 ล้านบท +49%QoQ แต่ลดลง 10%YoY

     

    Ø  (+)SKE จะลงทุน 798.84 ลบ.เข้าถือหุ้น 80% โรงไฟฟ้าชีวมวล 9.9 MW ในจ.แพร่ คาดแล้วเสร็จ Q2/62 (ที่มา SET news)

    Ø  (+)PTTEP (ราคาปิด 118 Bloomberg Consensus 124.15) หวังปริมาณขายปิโตรเลียมปีนี้มากกว่าเป้า หลังมองดีล M&A ชัดเจนใน H1/61 มั่นใจพร้อมประมูลบงกช-เอราวัณ

    Ø  THCOM เปิดตัวบรอดแบนด์ทางทะเลวางเป้าปีนี้ให้บริการ 70-100 ลำ รายได้ราว 2,000 เหรียญ/ลำ/เดือน (ที่มา อินโฟเควสท์)

    Ø  S จะใช้เงินไม่เกิน 1.11 หมื่นลบ.ลงทุนโรงแรม-รีสอร์ท รวม 6 โครงการใน 4 ประเทศ จากกลุ่ม Outrigger Hotels Hawaii (ที่มา SET news)