วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 5 - 9 ก.พ.61

ตลาดน้ำมันดิบถูกกดดัน จากความกังวลในอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐ สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 63-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 67-71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 5 – 9 ก.พ.  61)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่อาจแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.พ. นี้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มีค.นี้ อย่างไรก็ดี คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากความร่วมมือของกลุ่มโอเปคที่ยังคงเดินหน้าในการปรับลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำมันคงคลังกลับมาสู่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี รวมถึงกำลังการผลิตของเวเนซุเอลาที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี จากปัญหาทางเศรษฐกิจและการเงิน

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.พ. นี้ หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับจุดคุ้มทุนเฉลี่ยในการลงทุนผลิตน้ำมันของผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ โดยแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ สะท้อนได้จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า โดยล่าสุด Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ รายสัปดาห์ ณ วันที่ 2 กพ. ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 6 แท่น จากสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 765 แท่น ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน สค. 60
  • ความร่วมมือของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในการปรับลดกำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูง โดยผู้ผลิตยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ปริมาณน้ำมันคงคลังกลับมาสู่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ ล่าสุดข้อมูลจากรอยเตอร์ ระบุว่าอัตราความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต (Compliance rate) ของกลุ่มโอเปคอยู่ที่ระดับ 138% ในเดือน มค.61 ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจาก 137 % ในเดือน ธค. 60 นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอิรักเปิดเผยว่า อิรักยังคงเดินหน้าปรับลดปริมาณผลิตตามที่ตกลงไว้ที่ 210,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่าอิรักจะมีความพยายามในการเพิ่มกำลังการส่งออกมากขึ้นก็ตาม
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือน ม.ค. 61 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับลดลงสู่ระดับ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี เนื่องจากเวเนซุเอลากำลังเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ และการเงินจากภาวะหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ประเทศไม่สามารถหาเงินเพื่อมาจุนเจือและลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมัน
  • ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ คาดว่าจะแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอืนๆ หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของ Fed ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในการประชุมในเดือน มีค. นี้ โดยเร็วๆ นี้กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า มีการจ้างงานในสหรัฐ เพิ่มขึ้นรวมถึงค่าจ้างมีอัตราสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตดี ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า Fed อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ โดยปกติราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวตรงข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ  หากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในสกุลเงินสหรัฐ มีราคาสูง ซึ่งจะโน้มน้าวให้นักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดอื่นแทน จึงส่งผลกดดันราคาน้ำมันดิบ           
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Markit PMI) และจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ ดัชนีภาคการผลิต (Markit PMI) และยอดค้าปลีกของยูโรโซน และดัชนีราคาผู้บริโภคของจีน

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ม.ค. – 2 ก.พ. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 0.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  มาอยู่ที่ 65.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 1.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  มาอยู่ที่ 68.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 11 สัปดาห์ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบปรับลดลงหลังจากโรงกลั่นน้ำมันดิบอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปี รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นเกือบแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี

-----------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999