วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ซื้อเก็งกำไร

ต้อนรับสู่สัญญาณการฟื้นตัว

เรามีความมั่นใจมากขึ้นว่ากาไรหลักของบริษัทจะกลับมาเติบโตได้ดีในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากเราเห็นสัญญาณที่ดีกว่าคาดของอุปสงค์การแพทย์ฟื้นตัว ทั้งนี้เรามั่นใจว่าอัตรากาไรหลักของบริษัทได้ผ่านจุดต่าสุดมาแล้วในปี 2560 ซึ่งต่าที่สุดในรอบ 6 ปี และจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในปี 2561 ทาให้เราปรับเพิ่มคาแนะนาขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร” (จาก “ถือ”) โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 24.50 บาท (เดิม 22 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกาไรของเราล่าสุด (คงสมมติฐาน WACC 6.2%,
terminal growth rate 2%) ปัจจุบัน BDMS ถูกซื้อขายบน PER ปี 2561 ที่ 38.7 เท่า ต่ากว่าจุดสูงสุดที่ 41.6 เท่าอยู่พอสมควร

สัญญาณอุปสงค์ฟื้นตัวหนุนให้เราปรับเพิ่มคาดการณ์กาไร

เราปรับเพิ่มประมาณการกาไรหลักขึ้น 2% สาหรับปี 2560 และ 2561 เนื่องจากปรับเพิ่มประมาณการรายได้การแพทย์สูงขึ้น หนุนโดยอุปสงค์การแพทย์ฟื้นตัวแม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ปัจจุบันเราประเมินรายได้การแพทย์เติบโต 6% YoY ในไตรมาส 4/60 และขยายตัวด้วยตัวเลขสองหลักในเดือนม.ค. 2561 โดยเราเห็นความต้องการการแพทย์ที่ฟื้นตัวนี้ทั้งจาก
ผู้ป่วยไทยและต่างชาติ อีกทั้งรายได้จากผู้ป่วยไทย (คิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้การแพทย์) สูงขึ้นด้วยตัวเลขหลักเดียวระดับสูง YoY จากในกทม. และต่างจังหวัด ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวจีนขยายตัวกว่า 20%YoY จนติดอันดับ 1 ใน 5 ของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ

อัตรากาไรหลักเริ่มขยายตัวได้

อัตรากาไรหลักได้ผ่านจุดต่าสุดมาแล้วในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2560 ที่ 11.8% (ต่าที่สุดนับจากปี 2554) และทาฐานต่ามากที่เพียง 9.8% ในไตรมาส 2/60 โดยเรามีมุมมองว่าอัตรากาไรหลักจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น โดยประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมว่าขยายตัว 20 bps YoY ในไตรมาส 4/60 และ 30 bps ในปี 2561 สาหรับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ BDMS Wellness Center ที่เริ่มเปิดดาเนินการในเดือนธ.ค. นั้นประเมินว่าจะกระทบด้านลบต่ออัตรา EBITDA หดตัวลงเพียง 10-20 bps ซึ่งต่ากว่าที่ตลาดกลัวไว้ก่อนหน้านี้มาก สาหรับปี 2561 ผู้บริหารจะมุ่งเน้นการเพิ่มอัตรากาไรจากผู้ป่วยกรณีหนักๆ (หลังจากโครงการการปรับศูนย์การแพทย์เป็นเลิศ 9 แห่งสาเร็จแล้วในปีที่ผ่านมา) เพิ่มประสิทธิภาพการดาเนินงาน และเพิ่มอัตราการใช้บริการหรือ utilization rate (เป็น 66% ในปี 2561 เทียบกับ 63%ในปี 2560) อีกทั้งในปี 2561 นี้บริษัทจะมีแผนการเพิ่มผู้ป่วยประกันมากขึ้นโดยจะร่วมมือกับบริษัทประกันชีวิตออกผลิตภัณฑ์ร่วมเพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มจานวนผู้ป่วยให้กับโรงพยาบาลในเครือ BDMS ทั้งนี้แม้จะมีการเปิดโรงพยาบาลใหม่ในปี 2561 นี้ สองแห่ง แต่โรงพยาบาลใหม่ดังกล่าวมีขนาดเล็กทั้งสองแห่ง (เชียงราย และ Chiva Transitional Care) ซึ่งจะเปิดในครึ่งหลังของปี 2561 ทาให้เราคาดจะไม่กระทบอัตรากาไรมากนักเนื่องจากกาลังการรักษาจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.6%

กลยุทธ์ให้บริการทางการแพทย์ตั้งแต่ป้องกันไปจนถึงฟื้นฟู

ในระยะยาว BDMS ตั้งเป้าหมายจะให้บริการทางการแพทย์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการป้องกันโรค (BDMS Wellness clinic) รักษาโรคร้ายแรง (Phoenix project) และการฟื้นฟู (Chiva Transitional Care Hospital) ผู้บริหารตั้งเป้าชัดเจนว่าจะมีโรงพยาบาลในเครือ 50 แห่งภายในปี 2563 (เพิ่มขึ้นจาก 45 แห่ง ณ สิ้นปี 2560) และจะมีเตียงผู้ป่วยใน 8,500 เตียง (จาก 8,015 เตียง) อีกทั้งคาดว่าท้ายที่สุดแล้วรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะคิดเป็นกว่า 34% ของรายได้รวม สูงขึ้นจาก 30% ในปี 2560 อีกทั้งอัตรากาไรน่าจะแข็งแกร่งขึ้นมากหลังจากปี 2563 เป็นต้นไปหลังจากแผนการลงทุนต่างๆก่อนหน้านี้จะเริ่มออกดอกออกผล