วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPF - ซื้อ

ความคาดหวังที่ลดลงสำหรับปี 2561

เราปรับลดความคาดหวังต่อกำไรปี 2561 ลงจากเดิม โดยปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2561 และถอดหุ้น CPF ออกจากหุ้นที่เราชื่นชอบเป็นอันดับแรกในกลุ่มอาหารเนื่องจากธุรกิจหมูซึ่งขาดทุนสูงกว่าคาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ถึงแม้ว่าราคาหมูจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ขาดทุนของธุรกิจหมูที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากการคาดการณ์การฟื้นตัวแรงของราคาหมูที่จะกลับมาในช่วงปลายไตรมาส 2/61 เนื่องจากอุปสงค์และอุปทาน
หมูที่จะเริ่มเข้าสู่สมดุลมากขึ้น

ราคาหมูในประเทศฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลตั้งแต่กลางเดือนม.ค.

เราเชื่อว่าราคาหมูในประเทศที่ฟื้นตัวแรงกว่า 20% ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนม.ค.ไปอยู่ที่ 45 บาทต่อกก. ถือว่าเป็นปัจจัยระยะสั้นด้านฤดูกาล ซึ่งอุปสงค์หมูฟื้นตัวดีขึ้นก่อนเทศกาลตรุษจีน เราคาดว่าอุปสงค์หมูมีแนวโน้มอ่อนตัวลงหลังเทศกาลตรุษจีน ก่อนที่อุปสงค์และอุปทานหมูที่สมดุลมากขึ้นจะส่งผลให้ราคาหมูกลับมาฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 2/61 สำหรับราคาหมูในประเทศเวียดนามที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 31,000 ดองต่อกก.ในเดือนม.ค. เนื่องมาจากอุปสงค์หมูที่เพิ่มขึ้น (จากสถานการณ์การค้าหมูแถบชายแดนระหว่างประเทศจีนและเวียดนามที่ปรับตัวดีขึ้น) และอุปทานหมูที่ลดลงตามธรรมชาติ เราเชื่อว่าราคาหมูในประเทศเวียดนามมีแนวโน้มทยอยปรับตัวดีขึ้น และขึ้นไปแตะจุดคุ้มทุนที่ 35,000 ดองต่อกก. ในช่วงปลายไตรมาส 2/61

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2561 ลงจากเดิมเนื่องจากขาดทุนจากธุรกิจหมูในประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2561

ราคาหมูในประเทศที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 36-39 บาทต่อกก. ในช่วงปลายเดือนธ.ค. จนถึงกลางเดือนม.ค. (เนื่องจากอุปทานหมูในประเทศที่ล้นตลาด) ถือว่าสร้างความประหลาดใจอย่างมาก เรามองว่าการที่ราคาหมูในประเทศจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิน 50 บาทต่อกก.หลังจากเทศกาลตรุษจีนยังคงถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทาย ต้นทุนการผลิตเนื้อหมู ณ ปัจจุบันของ CPF อยู่ที่ 53-54 บาทต่อกก. และธุรกิจหมูของ CPF มีแนวโน้มขาดทุนสุทธิ 8-9 บาทต่อกก. เราเชื่อว่าราคาข้าวโพดในประเทศและราคากากถั่วเหลืองในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค. มีแนวโน้มที่จะกดดันมาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บก (ไก่และหมู) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 และเนื่องจากราคาหมูในประเทศที่อ่อนแอกว่าที่คาดก่อนหน้าในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 เราจึงทำการปรับลดสมมติฐานราคาหมูในประเทศสำหรับปี 2561 ของ CPF ลงจาก 60 บาทต่อกก. มาอยู่ที่ 50 บาทต่อกก. และปรับลดประมาณการกำไร
หลักสำหรับปี 2561 ลงอีก 28% (เหลือ 8.51 พันล้านบาท) แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 ลงเพียงแค่ 5% (เหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากเราใส่สมมติฐานกำไรจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL เพิ่มขึ้นจากเดิม

คาดพลิกกลับเป็นขาดทุนหลักสำหรับไตรมาส 4/60

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 ที่ 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 63% QoQ ถ้าไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL (หลังหักภาษี) เราคาดขาดทุนหลักที่ 200 ล้านบาทในไตรมาส 4/60 พลิกกลับจากกำไรหลักที่ 1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/59 และกำไรหลักที่ 3.36 พันล้านบาทในไตรมาส 3/60 ผลการดำเนินงานหลักที่ปรับตัวแย่ลง YoY เนื่องจากการที่ธุรกิจหมูของประเทศเวียดนามและประเทศไทยพลิกกลับไปเป็นขาดทุนและค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มกลบผลกระทบของส่วนแบ่งกำไรจาก CPALL ที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจหมูที่อ่อนแอมีแนวโน้มที่จะกลบผลกระทบของผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจในประเทศตุรกี อินเดียและฟิลิปปินส์ เราคาดว่าเบลลิซิโอมีแนวโน้มที่จะรายงานขาดทุนสุทธิต่อเนื่องในไตรมาส 4/60 เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.5% ในไตรมาส 4/60 (ลดลงจาก 11.7% ในไตรมาส 4/59 และ 14.7% ในไตรมาส 3/60)