บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า "31.56 บาทต่อดอลลาร์" หลังดอลลาร์อ่อนค่าหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่สกุลเงินเอเชียแข็งค่าจากเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรในตราสารหนี้
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.56บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.65 บาทต่อดอลลาร์
ในคืนที่ผ่านมาเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงแรงก่อนหน้าการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ หลังจากที่นายสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ กล่าวที่กรุงดาวอซในการประชุมเวิลด์อีโคโนมิคส์ฟอรั่ม ว่าดอลลาร์ที่อ่อนค่าเป็นสิ่งที่ดีกับเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐ สนับสนุนนโยบายอเมริกาเฟิร์ส
ปัจจัยดังกล่าวกระทบกับมุมมองของตลาดกับค่าเงินชัดเจน แม้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10ปีนะปรับตัวขึ้นตามเช่นกันมาที่ระดับ 2.65% แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆก็ปรับตัวขึ้น ค่าเงินเอเชียและยุโรปต่างแข็งค่าขึ้นทำสถิติสูงสุดเกือบทั้งหมด
ล่าสุดค่าเงินยูโรปรับตัวขึ้นใกล้ที่ระดับ 1.24 ดอลลาร์/ยูโร และค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นทะลุระดับ 109 เยน/ดอลลาร์ เช่นเดียวกันกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าหลุดระดับ 6.35 หยวน/ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย
ในระยะสั้น เรามองปัจจัยการแข็งค่าของสกุลเงินทั่วเอเชียจะยิ่งหนุนให้มีเงินทุนไหลเข้าในฝั่งตราสารหนี้เพื่อเก็งกำไรค่าเงินต่อไปซึ่งจะเป็นวงจรที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าต่อได้
เราปรับคาดการณ์เงินบาทปลายปี 2561 แข็งค่าขึ้นไปที่ระดับ 30.20 บาท จากเดิม 31.80 บาท สิ่งที่ต่างไปจากเดิมคือความเสี่ยงการเมืองสหรัฐที่มากขึ้น โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเริ่มลดลง ขณะที่เศรษฐกิจฝั่งเอเชียเริ่มติดเครื่อง
เชื่อว่าปัจจัยการเติบโตหลักของเอเชียในปีนี้ถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยภายในประเทศ และการส่งออกที่ดีขึ้นระหว่างเอเชียด้วยกัน ขณะที่การกีดกันการค้าก็เกิดเฉพาะในสินค้าบางชนิด จึงเชื่อได้ว่าเงินทุนไหลเข้าและการแข็งค่าของสกุลเงินทั่วเอเชียจะเป็นแนวโน้มหลักในปีนี้ มองกรอบเงินบาทระหว่างวันที่ระดับ 31.55-31.65 บาทต่อดอลลาร์









