วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โทรคมบูม‘บันเทิงออนไลน์’ปั้นรายได้ระยะยาว

ธุรกิจโทรคมนาคมแบบไร้สายของไทย ซึ่งให้บริการเสียง (Voice) และบริการข้อมูล (Data) มีทิศทางการเติบโต “ชะลอตัว” ในปี 2560 ต่อเนื่องปี 2561 จากการแข่งขันด้าน “ราคา” ที่รุนแรง

โดยราคาสำหรับใช้บริการสื่อสารข้อมูลต่อเมกะไบต์มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ปัจจุบัน อัตราค่าบริการสื่อสารข้อมูลเฉลี่ย 0.16 บาทต่อเมกะไบต์ ลดลงถึง 20%  จากปี 2559 ขณะที่รายได้จากการให้บริการเสียง หดตัวต่อเนื่องเช่นกัน จากการที่ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่นิยมใช้สื่อออนไลน์ “ไลน์” และ “เฟซบุ๊ค”  ติดต่อสื่อสารทดแทนการโทรหรือการใช้บริการด้วยเสียง ซึ่งเป็นเทรนด์ต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 3G ในปี 2556 จนถึงยุค 4G ในปี 2559

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการเผชิญความท้าทายด้านการบริหารต้นทุนอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมบนคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz และ 1800 MHz ที่ประมูลได้ปลายปี 2558 รวมถึงต้นทุนด้านการขยายโครงข่าย 4G ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและเพียงพอต่อความต้องการใช้งาน อีกทั้งต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการประมูลคลื่น 900 MHz และ 1800 MHz ในช่วงคลื่นความถี่ใหม่ คาดไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2561 เพื่อให้ได้แบนด์วิธมากขึ้น รองรับการใช้งานโมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูง และรองรับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G

การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ผู้ประกอบการมุ่งทำการตลาดเฉพาะเจาะจง เน้นกลุ่มศักยภาพซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้งานรายเดือนที่นิยมใช้โมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงในปริมาณมาก โดยนำเสนอแพ็คเกจรายเดือนในระดับราคาที่สูงขึ้น และให้ใช้โมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงสุดในปริมาณที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เน้นทำการตลาดจูงใจผู้ใช้งานแบบเติมเงินหันมาใช้งานแบบรายเดือน มีการออกแพ็คเกจรายเดือนด้วยการเพิ่มปริมาณการใช้โมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในราคาที่หลากหลาย “คุ้มค่า” กระตุ้นให้หันมาใช้บริการแบบรายเดือน ปรับแพ็คเกจสำหรับลูกค้าที่ต้องการส่วนลดเมื่อซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ และนำเสนอแพ็คเกจใช้งานรายเดือนในราคาเริ่มต้นสูงขึ้นและให้ใช้โมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในปริมาณมาก หรือเสนอแพ็คเกจราคาเริ่มต้นไม่สูงมากแต่ให้ลูกค้าผูกพันสัญญาแบบรายเดือนนานขึ้นจาก 6-12 เดือน เป็น 18 หรือ 36 เดือน ทำให้รายได้รายเดือนเฉลี่ยต่อเลขหมายของผู้ประกอบการสูงขึ้น คาดปี 2561 รายได้รายเดือนเฉลี่ยต่อเลขหมายของกลุ่มผู้ประกอบการโดยรวมอยู่ที่ 233.8-239.0 บาท เติบโต 4.5-6.8% จากปี 2560 จากพฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้โมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยเฉพาะการรับชมวีดิโอออนไลน์ เล่นเกมออนไลน์ จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูง มีความเสถียรในปริมาณมาก ส่งผลให้ความต้องการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่าย 3G/4G ต่อคนต่อเดือนขยายตัวเพิ่มขึ้น

ปี 2561 คาดว่าผู้บริโภคไทยจะใช้โมบายอินเทอร์เน็ตสูงถึง 6.3 กิกะไบต์ต่อคนต่อเดือน ขยายตัว 19.5% จากปี 2560 สำหรับตลาดให้บริการสื่อสารข้อมูล มีมูลค่า 1.8-1.9 แสนล้านบาท เติบโต 14.7-17.1% ชะลอตัวจากปี 2560 ที่คาดว่าจะขยายตัว 21.8% ขณะที่ตลาดด้านการให้บริการเสียงหดตัวต่อเนื่อง คาดปี 2561 มีมูลค่า 6.7-6.9 หมื่นล้านบาท หดตัว 13.3-15.6 จากปี 2560 นับว่าน้อยลงเทียบปี 2560 ที่คาดว่าจะหดตัว 16.1% เพราะมีกลุ่มผู้ใช้บริการแบบเติมเงินย้ายมาใช้บริการแบบรายเดือนเพิ่มขึ้น ส่งผลตลาดโทรคมนาคมแบบไร้สายโดยรวมของไทยขยายตัวแบบชะลอลง คาดปี 2561 มีมูลค่า 2.53-2.59 แสนล้านบาท ขยายตัว 4.7-7.1% 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายจะหันมาให้บริการอื่นๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ "บริการบันเทิงออนไลน์" ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ซีรี่ส์ต่างประเทศ ทีวีออนไลน์ ฟังเพลง เกมออนไลน์ ต่อยอดการให้บริการโดยใช้จุดแข็งของการมีโครงข่ายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สายที่มีความเสถียรและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อสร้างรายได้เสริมอื่นๆ

 “กิจกรรมบันเทิงออนไลน์ต่างๆ เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคไทย ไม่เพียงแต่เฉพาะกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน แต่ยังมีแนวโน้มขยายความนิยมไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ”

โดยผู้ประกอบการมีแนวโน้มพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ทั้งรูปแบบเว็บไซต์หรือโมบายแอพพลิเคชั่น เพื่อเปิดให้บริการบันเทิงออนไลน์ในทุกรูปแบบบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

ในระยะ 2-5 ปีข้างหน้า การเข้าสู่ยุค IoT (Internet of Things) ที่อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวันทำงานด้วยระบบอัจฉริยะ อาทิ  นาฬิกา สายรัดข้อมือ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จะผลักดันการใช้งานโมบายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตให้เพิ่มสูงขึ้นอีกมาก และหากผู้ประกอบการโทรคมนาคมแบบไร้สายสามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจ e-Wallet จะทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมแตกไลน์ธุรกิจอื่นๆ ได้อีกมาก นำมาซึ่งการเพิ่มรายได้ในอนาคต