คาดดัชนีแตะจุดสูงสุดของปีไปแล้วที่ 1,763 จุด
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: ช่วงท้ายตลาดวานนี้ดัชนีถอยลงจากระดับสูงสุด 1,763 จุด คาดว่าวันนี้มีโอกาสถอยต่อจากการขายล็อกกำไรก่อนสิ้นปีของนักลงทุน ตลาดหุ้นยังคงมีข่าวดีหนุนเรื่อง EEC ที่จะเปิดให้มีการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnerships : PPP) สำหรับ 5 โครงการที่เป็นงานเกี่ยวกับการเกี่ยวกับ Transportation ได้แก่ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และศูนย์ซ่อมเครื่องบิน รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินหลัก รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด โดยกำหนดกรอบ TOR ให้แล้วเสร็จในไตรมาส 2/61 เราเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเอื้อต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม Top Pick ในกลุ่มยังเป็น AMATA และ WHA คาดกรอบดัชนีช่วง 2 วันทำการสุดท้ายของปีที่ 1,740-1,763 จุด
หุ้นเด่นวันนี้ : ANAN(ราคาปิด6.00บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS7.20บาท)
- เราคาดว่าจะได้เห็น Profit sharing ใน 4Q60 เป็นบวก จากการโอนรับรู้รายได้ของโครงการ JV ทั้งหมด 5 โครงการ ส่งผลให้ Profit sharing ทั้งปีจากขาดทุนจะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 419 ล้านบาท โดยเราคาดการณ์รายได้และกำไรใน 4Q60 ที่ 5,550 ล้านบาท และ 1,183 ล้านบาทตามลำดับ แนะนำซื้อโดยให้ราคาเป้าหมายที่ 7.20 บาท อ้างอิง PER 10x จากกำไรสุทธิในปี 2561
- Price Pattern ของ ANAN ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างชัดเจน จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, &Monthly Buy Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ ANAN ยังคงบ่งบอกถึงการทำ New High โดยมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 05 บาท ทั้งนี้ ANAN มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 5.90 บาท (Resistance: 6.05, 6.15, 6.30; Support: 5.90, 5.80, 5.65)
ปัจจัยในประเทศ:
- รัฐเร่งดัน 5 โครงการ EEC รัฐบาลตั้งเป้าทำร่างขอบเขตงาน (ToR) สำหรับ 5 โครงการในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน มูลค่า 6 แสนล้านบาท ภายในไตรมาส 2/61หนึ่งในโครงการได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 36 แสนล้านบาท (บางกอกโพสต์) ความเห็น: การดำเนินการดังกล่าวเป็นหนึ่งในความพยายามที่รัฐบาลต้องการเร่งการลงทุนจากภาคเอกชน เรามองว่ากลุ่มธนาคารจะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการเหล่านี้ จากความต้องการสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
- AAV (ราคาปิด 15 บาท) นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทกับครอบครัวศรีวัฒนประภา เพื่อซื้อหุ้นบริษัทคืนจำนวน 36.3% ของหุ้นทั้งหมด ที่ราคา 4.70 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 1.76 พันล้านบาท หลังจากการโอนหุ้นดังกล่าว นายธรรศพลฐ์ จะถือหุ้นของบริษัทจำนวน 41.32% ขณะที่ครอบครัวศรีวัฒนประภาจะเหลือการถือหุ้นบริษัทจำนวน 3.5% (SET)
- DTAC ได้รับความเห็นชอบในการทำสัญญาคู่ค้า TOT หลังกสทช.เห็นชอบไฟเขียวตามมติ : เมื่อวานนี้ กสทช ได้ให้ไฟเขียวในการทำธุรกิจร่วมเป็นหุ้นส่วนระหว่าง TOT และ DTAC ในการให้บริการคลื่นความถี่ 2300MHz ในขณะเดียวกันก็อนุมัติขยายระยะเวลาการชำระเงินใบอนุญาตสำหรับการประมูล 900MHz เพิ่มออกไปอีก 5 ปี (Bangkok Post) ความเห็น: ข่าวนี้เป็นมุมมองบวกต่อหุ้น DTAC อย่างมากในการที่จะได้คลื่น 2300MHz มาให้บริการเพิ่มแทนในส่วนของคลื่นที่กำลังจะหมดสัญญาซึ่งจะทำให้บริษัทมีคลื่นน้อยที่สุดในการให้บริการ
- ‘ธีรพงศ์’ ซื้อหุ้น TU กว่า 38 ล้านบาท ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานซื้อหุ้นจำนวน 2 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 30 บาท มูลค่ารายการรวม 38.6 ล้านบาท (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ) ความเห็น: ช่วยสร้าง sentiment ทางบวกให้กับนักลงทุน เราชอบกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการออกสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Ready to Eat (RTE) และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้บริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยที่ลงทุนไว้ ระยะยาวพื้นฐานยังแข็งแกร่ง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23 บาทต่อหุ้น
ตลาดต่างประเทศ:
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ:ปิดบวก โดยได้ปัจจัยบวกจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) วอลุ่มการซื้อขายบางเบา เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการซื้อขายในช่วงใกล้สิ้นปี
- ตลาดหุ้นยุโรป-อังกฤษ: ปิดบวก โดยได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังจากราคาทองแดงทะยานขึ้น
สินค้าโภคภัณฑ์:
- ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.พ.: ปรับตัวลง (WTI ลดลง 33 เซนต์ หรือ 6% ปิดที่ 59.64 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล; น้ำมันเบรนท์ ลดลง 58 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 66.44 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล)นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากข่าวการลอบวางระเบิดท่อส่งน้ำมันในลิเบีย ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้เวลา 5 ทุ่มประเทศไทย ส่วน API ประกาศว่าสต๊อกน้ำมันสหรัฐฯ ลดลง 6 ล้านบาร์เรล ขณะที่คาดการณ์ไว้ลดลงเพียง 3.8 ล้านบาร์เรล
- ราคาทองคำ: ได้ปัจจัยหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น อันเนื่องมาจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.ไปหมดแล้ว
- ราคาทองคำ: ได้ปัจจัยหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น อันเนื่องมาจากนักลงทุนซึมซับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.ไปหมดแล้ว
- ราคาทองแดง:ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง มาอยู่ที่ 7,058 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน จากข่าวที่ว่า บริษัท เจียงซี คอปเปอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของจีน ได้รับคำสั่งจากทางการจีนให้ปรับลดการผลิตลงเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ บริษัท ตงหลิง นันเฟอรัส เมทัลส์ กรุ๊ป ก็ได้รับคำสั่งให้ปรับลดการผลิตทองแดงลงเช่นกัน โดยจะมีการประเมินเรื่องระดับของมลภาวะที้เกิดขึ้นในพื้นที่เป็นระยะ เพื่อพิจารณาว่าจะกลับมาฟื้นการผลิตอีกครั้งเมื่อใด ความเห็น: ราคาทองแดงปรับตัวขึ้นเป็นลบต่อ KCE เราเชื่อว่าราคาทองแดงในปี 2561 จะเทรดอยู่ในระดับเกิน 7,000 เหรียญสหรัฐฯ หลังจากพักตัวนานช่วงปี 2558-2559 และเพิ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2560








