วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

EGCO - ซื้อ

ไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ: XPCL จะสร้างประวัติศาตร์ใหม่กับอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า

ประเด็นการลงทุน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ไปเยี่ยมชมโครงการ โรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรีกำลังการผลิตที่ 1,285 เมกะวัตต์ในจังหวัดไซยะบุรี ทางตอนเหนือของประเทศลาว ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้าแบบ run-of-river ขนาดใหญ่แห่งแรกบนแม่น้าโขงตอนล่าง EGCO ถือสัดส่วน 12.5% ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่นได้แก่ CKP GPSC EDL BEM, และบริษัท PT Construction & Irrigation โรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรีมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากว่า 95% ของกาลังการผลิตทั้งหมด ที่มีอายุ 29 ปีกับกฟผ. (ส่วนที่เหลือจะขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าของประเทศลาว; EDL) โรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรีจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักหนุนกาไร EGCO ให้เติบโตตั้งแต่ปี 2562 เปนต้นไป หลังจากโรงไฟฟ้าได้เริ่มดาเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนต.ค. 2562 ทั้งนี้ EGCO มีแนวโน้มการเติบโตของกาไรที่โดดเด่น แต่ราคาซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2561 ที่เพียง 9.8 เท่า ซึ่งต่าที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา เราจึงยังคงคาแนะนา ซื้อ

โรงไฟฟ้าพลังงานน้ารูปแบบใหม่บนแม่น้าโขง

เขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ารูปแบบเดิมกักเก็บน้ำปริมาณมหาศาลในอ่างเก็บน้ำซึ่งทำให้เกิดน้าท่วมในพื้นที่ขนาดใหญ่ และก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและทางสังคมตามมา แต่โรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรีแตกต่างออกไปจากเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้าแบบดั้งเดิมคือไม่มีการกักเก็บน้า เนื่องจากเป็นโครงการ run-of-river (ROR) ที่มีเพียงบ่อน้าขนาดเล็ก (หรือบางครั้งไม่มีเลย) จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหากับการกักเก็บน้า ดังนั้นจึงมีผลกระทบน้อยมากต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชากรบริเวณใกล้เคียงและผู้ที่อาศัยอยู่ทางปลายน้า นอกจากนี้โรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรี เป็นโครงการไฟฟ้าพลังงานน้าขนาดใหญ่ประเภทไม่มีการกักเก็บน้าแห่งแรกในภูมิภาคนี้

ความเสี่ยงด้านการก่อสร้างลดลง ความเสี่ยงด้านการด้าเนินงานมีจ้ากัด

สาหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรี ทางโรงไฟฟ้าจ้างผู้รับเหมาด้าน EPC ที่มีความชานาญ อย่าง ช.การช่าง และจัดซื้อเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยจากผู้จัดจาหน่ายชั้นนาระดับโลก ซึ่งการก่อสร้างเป็นไปตามตารางกาหนดการและงบประมาณที่ตั้งไว้

โรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรีจะไม่ประสบปัญหาต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากกรณีขาดแคลนน้า เหมือนอย่างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานแบบดั้งเดิม เนื่องจากทางวิศวะกรได้ออกแบบมาให้ผลิตไฟฟ้าได้แม้ระดับน้าต่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เราจึงมองว่าโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าตลอดปีและสามารถรองรับความผันผวนของการกระแสน้าตามฤดูกาลได้

ประโยชน์ต่อ EGCO

หลังจากโรงไฟฟ้าได้เริ่มดาเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ อัตรากาลังการผลิตของ EGCO จะเพิ่มขึ้น 4% (160 เมกะวัตต์) จากอัตรากาลังการผลิตในปัจจุบันที่ 4 , 574 เมกะวัตต์ นอกจากการจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานน้ำให้กับกฟผ.จะช่วยหนุนให้บริษัทมีรายได้ที่สม่าเสมอมากขึ้นกว่ารายได้ที่มาจากการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งถ่านหินและก๊าซในประเทศไทย (เนื่องจากรายได้มีความเสียรกว่า) รวมทั้งไม่มีความผันผวนของต้นทุนน้ามันเชื้อเพลิงเราประมาณการในเบื้องต้นถึงส่วนแบ่งกาไรของโรงไฟฟ้าพลังน้าไซยะบุรีต่อ EGCO ในปี 2563 ที่ 370 ล้านบาท (คิดเป็น 3% ของกาไรหลังหักภาษีในปี 2563 หรือคิดเป็น 0.70 บาทต่อหุ้น) พร้อมยังมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการจากการจ่ายปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินได้อีก