"บัณฑูร" ชี้เศรษฐกิจไทยเติบโตดี แต่ยังไม่กระจายตัว ข้างล่างยังลำบาก ย้ำมีเลือกตั้งหรือไม่ไม่สำคัญ แต่คนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลต้องรับโจทย์นี้ไปทำ
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า เศรษฐกิจไทย สัญญาณดีขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น ตัวเลขต่างๆดูดีขึ้น แต่ต้องติดตามว่าการเติบโตกระจายตัวหรือไม่ หรือกระจุกแค่บางกลุ่ม ถ้าเศรษฐกิจโตไม่กระจายตัว ก็ยิ่งมีคนช้ำใจ คนรวยแล้วรวยอีก แต่ข้างล่างไม่มีกินเหมือนเดิม พืชผลก็ขายไม่ได้ราคา ก็คืนความสุขไม่ได้ เราคงแจกเงินไปตลอดไม่ได้ แต่ต้องทำมากกว่านี้ ตอนนี้ต้องทำอย่างนี้ไปก่อน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ทั้งนี้การกระจายความมั่งคั่งเป็นโจทย์ที่ทุกประเทศต้องทำ ไม่ใช่เศรษฐกิจโตแต่กระจุกอยู่ข้างบนแล้วข้างล่างฟีบ มีหนี้เสียของเอสเอ็มอี และหนี้ส่วนบุคคล ถ้าหนี้เสียเยอะต่อให้ประเทศไทยประกาศว่ามีการเติบโต แต่ก็ไม่สามารถกระจายความมั่งคั่งได้ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญอย่างยิ่งในตอนนี้ จะทิ้งให้คนจำนวนมากจนอยู่ข้างล่างเป็นไปไม่ได้ ใครก็ตามที่รับมาเป็นรัฐบาลซึ่งก็เห็นอยากจะเป็นกันนัก ก็ต้องรับโจทย์นี้ไปทำ ถ้าทำไม่เป็นอย่ามารับเลือกตั้ง
"การเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่อยากเห็นคนที่อยากมาเป็นรัฐบาลมาพร้อมความตั้งใจแลเความรู้ที่จะแก้ปัญหา ไม่ใช่มาด้วยอำนาจ เพื่อเสวยอำนาจ อย่างที่ผ่านมาแล้วแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ แล้วก็วุ่นวายกันอยู่ทุกวันนี้ การแก้ไขปัญหาต้องมาความพร้อมในการแก้ไขนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญ ต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถก่อนที่จะเสนอหน้ามาให้ประชาชนเขาเลือก มีความสามารถหรือไม่ หรือว่าเป็นหน้าเดิมๆทำแบบเดิมๆ แล้วก็แบ่งเงินกันกินแบบเดิมๆอย่างนั้นไม่เอา"
นายบัณฑูร กล่าวด้วยว่า ในสิ้นปีนี้ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศจะเสนอแผนการปฏิรูปประเทศให้กับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณา หลังจากคณะกรรมการปฏิรูปที่มีอยู่ 10 ขุดได้ทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อประเทศในช่วง1ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าเสนอขึ้นไปรัฐจะเอาด้วยหรือไม่ เพราะข้อเสนอเป็นการผ่าอำนาจของรัฐของระบบราชการไทย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมากแต่ถ้าไม่กล้าปฎิรูป ไม่กล้าหักโครงสร้างอย่างเดิมๆ จะมาเป็นรัฐบาลทำไม
"ในเรื่องนี้ไม่มีใครเป็นผู้ร้ายเป็นการส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของโครงสร้าง ซึ่งถ้าไม่แก้ไข ไทยก็ไปไหนไม่ได้ ไม่ต้องไปไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งข้อเสนอเราไม่ได้พิสดาร แต่อยู่ที่ว่ากล้าทำมั้ย ซึ่งข้อเสนอของคณะผมรับรองได้ไม่เหมือนเดิม ฉีกแนวจากเดิม ข้อเสนอเหล่านี้ก็ถูกเสนอโดยอดีตข้าราชการ ที่อยู่ในระบบข้าราชการมาทั้งชีวิต ได้เห็นความไม่เอาไหนสิ่งที่สนองต่อความเป็นจริงในการแก้ปัญหา ในหลักการเป็นอย่างนี้ แต่ในรายละเอียดต้องรอเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ คณะรัฐมนตรีก่อน"
ทั้งนี้โจทย์ในการพัฒนาประเทศที่ผ่านมา ไม่ได้เปลี่ยนจะด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่มีความสามารถที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ไม่สามารถต้านแรงต้านโครงสร้างได้ ไม่สามารถโน้มน้าวทีมงานให้เป็นในทิศทางเดียวกันก็แก้อะไรไม่ได้ก็แพ้ แล้วถ้าแพ้ในระดับรัฐก็พาประชาชนทั้งประเทศแพ้ นั่นแหละคือความน่ากลัว และเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของการเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะได้อำนาจมาด้วยวิธีใดก็ตาม ถ้าพาประชาชนไปสู่การปฎิรูปไม่ได้ก็ถือว่าไม่ทำหน้าที่และไม่สมควรมาเป็นรัฐบาล
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งในปีหน้าจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจหรือไม่ นายบัณฑูร กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แม้กระทั่งรัฐบาลเดียวกันก็มีการเปลี่ยนรัฐมนตรี เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รัฐพยายามตอบโจทย์ที่เกิดขึ้นหรือประเมินแล้วอันนี้ใช้ไม่ได้ผลต้องแก้ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงมีตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือ ประเมินอย่างตรงไปตรงมา
หน้าที่หนึ่งของนักข่าวหรือสื่อมวลชนคือเอาความจริงมาวางบนโต๊ะให้รัฐบาลและประชาชนได้เห็น ไม่ใช่ยั่วโมโหนายกฯ เอาความจริงหรือผลงานแต่ละหน่วยงานมาวางบนโต๊ะให้ประชาชนและรัฐบาลเห็น สิ่งนั้นคือตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขอให้พูดให้ชัดเจนเป็นหลักการ แล้วมันจะมีความคืบหน้าที่สร้างสรรค์









