วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BEC - ถือ

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2560-61 ลงอีก ตลาดคาดหวังกับทีมผู้บริหารใหม่มากเกินไป

ประเด็นการลงทุน

เรามองว่าตลาดคาดหวังกับทีมผู้บริหารใหม่มากเกินไป เนื่องจากยังคงต้องใช้ระยะเวลาสำหรับแผนของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อที่จะสะท้อนในรูปของผลประกอบการที่จะปรับตัวดีขึ้นในอนาคตจำนวนช่องทั้งสามช่องของกลุ่มซึ่งได้แก่ ช่องเอชดี ช่องเอสดี และช่องแฟมิลี่ รวมถึงแพล็ตฟอร์มการเข้าถึงผู้ชมที่หลากหลายมากขึ้นจะถือว่าเป็นโอกาสสำหรับ BEC ในการนำเสนอคอนเท้นต์ละครหลังข่าวที่เพิ่มมากขึ้นและหลากหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งละครหลังข่าวยังคงถือว่าเป็นจุดแข็งของบริษัท ณ ปัจจุบัน แต่เราเชื่อว่าคงจะต้องใช้ระยะเวลาสำหรับพัฒนาการเหล่านี้ที่จะส่งผลบวกต่อ BEC และเนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2561 ของเราและราคาหุ้น BEC ในกระดานไม่แตกต่างมากนัก เราจึงปรับเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” จากเดิม “ขาย”เรามองว่าความเสี่ยงขาลงต่อราคาหุ้นมีค่อนข้างจำกัด แต่อัพไซด์ในปีหน้ายังคงต้องรอให้ผลประกอบการกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งยังคงต้องรอดูต่อไป ดังนั้นเราจึงยังคงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เฝ้ารอดูเราเชื่อว่ามันเป็นการเร็วเกินไปที่จะแนะนำซื้อสำหรับหุ้น BEC จากทีมผู้บริหารชุดใหม่ที่เข้ามา และเนื่องจากเราทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2560-61 ลงจากเดิม มูลค่าหุ้น ณ ปัจจุบันจึงดูแพงมากจากอัตราส่วน PER ในปี 2561 ซึ่งสูงมากถึง 77 เท่า

สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/60—ต่ำกว่าคาดอย่างมาก

BEC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 35 ล้านบาท ลดลง 86% YoYและ 69% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 3/60 ซึ่งได้แก่ค่าใช้จ่ายพิเศษสุทธิซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีของค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 7 ล้านบาทและกำ ไรพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 23 ล้านบาท (หลังหักภาษี) กำไรหลักในไตรมาสนี้เหลือเพียงแค่ 18 ล้านบาท ลดลง 93% YoY และ 85% QoQกำไรสุทธิและกำไรหลักต่ำกว่าคาด 83% และ 91% ตามลำดับ เนื่องจากต้นทุนบริการซึ่งสูงกว่าคาด (จากต้นทุนการถ่ายทอดสดกีฬา) ในขณะที่รายได้โฆษณาเป็นไปตามคาด รายได้โฆษณาในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.54 พันล้านบาท ลดลง 14% YoY และ 6% QoQ ซึ่งถือว่าการลดลง YoY น้อยกว่าที่นีลสันคาดสำหรับเม็ดเงินโฆษณาอนาล็อกของทั้งอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มลดลง 19% YoY จำนวนนาทีโฆษณาที่ขายได้ในไตรมาสนี้ลดลง ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของเม็ดเงินโฆษณาของทั้งอุตสาหกรรมที่
ปรับตัวลดลง อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 15.2% จาก24.7% ในไตรมาส 3/59 และ 19.2% ในไตรมาส 2/60

ความคาดหวังต่อผลประกอบการไตรมาส 4/60 และปี 2561 ที่ลดลงจากเดิม

เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมากเราจึงทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิสำหรับปี 2560 ลงอีก 54%(เหลือ 365 ล้านบาท) และคาดผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 4/60 ที่32 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นขาดทุนลดลง 55% YoY เนื่องจากฐานที่ต่ำมากในไตรมาส 4/59 (เดือนต.ค. 2559 เป็นช่วงไว้อาลัยและเม็ดเงินโฆษณาที่แย่ลงเกือบทั้งไตรมาส) แต่พลิกกลับจากกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท

ในไตรมาส 3/60 (เนื่องจากเดือนต.ค. 2560 เป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ) เราปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2561 แทน (จาก ณ สิ้นปี 2560) และได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่17 บาท

มุ่งเน้นการบริหารงานทั้งสามช่อง แต่ช่องเอชดีจะมาเป็นอันดับแรก

ทีมผู้บริหารใหม่มองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจะสร้างโอกาสให้กับ BEC โดยผ่านแพล็ตฟอร์มหรืออุปกรณ์รับชมที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่จะผลักดันคอนเท้นต์ไปสู่ผู้บริโภค บริษัทวางแผนที่สร้างคอนเท้นต์หลักซึ่งได้แก่ ละครหลังข่าว ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และจะผลักดันคอนเท้นต์หลักไปสู่ตลาดต่างประเทศในภูมิภาคโดยใช้ทีมการตลาดและทีมการขายที่สนับสนุน คอนเท้นต์ใหม่ที่แตกต่าง รวมถึงแพล็ตฟอร์มสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่าน
อินเตอร์เน็ตจากอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ (หรือโอทีที) ซึ่ง BEC เป็นเจ้าของเอง หรือผ่านโมเดลธุรกิจของการเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ บริษัทจะให้ความสำคัญกับทั้งสามช่อง โดยจะให้ความสำคัญอันดับแรกกับช่องเอชดีก่อนและจะสร้างจุดขายที่แตกต่างและกลุ่มตลาดเป้าหมายสำหรับช่องเอสดีและช่องแฟมิลี่ โดยภาพรวม เรายังคงประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังคงต้องใช้ระยะเวลากว่าที่จะเห็นผลลัพธ์เชิงบวก เป้าหมายหลักของบริษัท ได้แก่ การเพิ่มเรตติ้งรายการ และรายได้โดยมุ่งเน้นวิธีการใช้ความเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มผู้ชมที่แท้จริงเป็นจุดเริ่มต้น