วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (13 พ.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังจำนวนแท่นขุดเจาะสหรัฐเพิ่ม

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคาดหวังในเรื่องของการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปค

- Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 9 แท่น มาอยู่ที่ 738 แท่น ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 จากทั้งหมดสามสัปดาห์

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปลายปีนี้ และจะแตะระดับที่ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2561

+ ความเชื่อมั่นว่าโอเปคจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตได้ในการประชุมวันที่ 30 พ.ย. หลังเลขาธิการของกลุ่มโอเปค เผยว่ายังไม่มีประเทศใดที่คัดค้านการขยายระยะเวลาในการปรับลดกาลังการผลิต

+ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงขึ้น หลังเลบานอนได้ถูกดึงเข้าสู่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน โดยล่าสุดหัวหน้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนแถลงว่า ซาอุดีอาระเบียได้ประกาศสงครามกับเลบานอนแล้ว

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้ในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ และสิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานจากอินเดียและอียิปต์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 53 - 58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 60 - 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังยังไม่มีประเทศใดคัดค้านข้อตกลงนี้ นอกจากนี้เลขาธิการกลุ่มโอเปค เผยว่า โอเปคกำลังหาทางบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตให้ได้ก่อนการประชุมในวันที่ 30 พ.ย. เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว
  • ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่านซึ่งเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังรัฐบาลซาอุดิอาระเบียกล่าวหาอิหร่านว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์การโจมตีด้วยขีปนาวุธไปยังสนามบินนานาชาติคิงคาลิดทางเหนือของกรุงริยาด ซึ่งกระทำโดยกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมน รวมถึงเหตุการณ์ในเลบานอนที่มีการเพิกเฉยในการกวาดล้างกลุ่มฮิสบอลลาห์ (Hezbollah) ซึ่งหนุนโดยอิหร่าน ประกอบกับ นายกรัฐมนตรีเลบานอนของนายซาอัด ฮาริรี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับซาอุดิอาระเบียประกาศลาออกจากตำแหน่ง
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับขึ้นหลักๆ มาจากการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ  สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 พ.ย. ปรับเพิ่มขึ้นราว 67,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 9.62 ล้านบาร์เรลต่อวัน

---------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

โทร.02-797-2999