วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TU - ซื้อ

มาร์จิ้นทูน่าที่ปรับตัวดีขึ้นและโครงการริเริ่มลดต้นทุนในปี 2561

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่าต้นทุนราคาปลาทูน่าที่ยังคงยืนในระดับสูงต่อเนื่องจะยังคงเป็นปัจจัยที่ท้าทายสำหรับ TU ในปี 2561 แต่เราเชื่อว่ามาร์จิ้นธุรกิจปลาทูน่าของบริษัทมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวระดับหนึ่งจากการปรับราคาขายกับลูกค้าในประเทศอียูซึ่งจะมีผลตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป จุดคุ้มทุนบรรทัดสุดท้ายของธุรกิจแซลมอนยังคงคาดไว้ในปี 2561 เนื่องจากต้นทุนราคาปลาแซลมอนที่ปรับตัวลดลงและการปรับราคาขายกับลูกค้าที่ถี่มากขึ้น TU ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มอาหารที่เราชื่นชอบเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนในปี 2561 ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากมาร์จิ้นของธุรกิจปลาทูน่าที่จะเริ่มฟื้นตัวภายในปีหน้า การถึงจุดคุ้มทุนเป็นกำไรสุทธิของธุรกิจแซลมอน และปัจจัยหนุนระยะยาวจากรายได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งแก่ น้ำมันปลาทูน่าซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 เป็นต้นไป และการออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปในประเทศจีนซึ่งคาดว่าจะเริ่มในช่วงปลายปี 2561 (นอกเหนือจากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับอาลีบาบาในประเทศ
จีนซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560)

สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/60—กำไรหลักสูงกว่าคาด

TU รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 1.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%YoY และ 23% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 3/60 ซึ่งได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 275 ล้านบาท และรายการพิเศษอื่นๆ ซึ่งกลบกันออกมาเป็นกำไรพิเศษสุทธิ 147 ล้านบาท (ซึ่งเป็นผลจากกำไรพิเศษ 3 รายการกลบค่าใช้จ่ายพิเศษ 2 รายการ) กำไรหลักในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.32 พันล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 1% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักสูงกว่าคาดคิดเป็น 15% และ 8% ตามลำดับ เนื่องจากรายได้อื่นๆ ที่สูงกว่าคาด ภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาดแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม รายได้รวมถือว่าต่ำกว่าคาด 1% อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 13.2% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดก่อนหน้าที่ 13.6% (ดูรายละเอียดได้ในหน้าที่ 4)

มาร์จิ้นธุรกิจปลาทูน่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการปรับเพิ่มราคาขายในประเทศอียูในปี 2561

ราคาต้นทุนปลาทูน่าปรับตัวลดลงจาก 2,300 เหรียญ/ตันในเดือนต.ค. ลงมาอยู่ที่ 2,000 เหรียญ/ตันในช่วงต้นเดือนพ.ย. (สำหรับการส่งมอบในเดือนธ.ค.) เรามองว่าเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นสำหรับมาร์จิ้นทูน่าให้ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/61 แต่สำหรับภาพในระยะยาว เราเชื่อว่าราคาต้นทุนปลาทูน่ามีแนวโน้มยืนเหนือ 1,800 เหรียญ/ตัน ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับราคาปลาทูน่าตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความสามารถของบริษัทในการผลักภาระต้นทุนปลาทูน่าที่เพิ่มสูงขึ้นไปยังลูกค้าได้มากน้อยเท่าไหร่ ซึ่งอาจจะตามมาด้วยปริมาณยอดขายที่ลดลงแต่มาร์จิ้นก็จะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน บริษัทจะทำการเจรจาต่อรองกับลูกค้าในประเทศอียู (โดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งการปรับราคาขายกับลูกค้าปกติแล้วจะเกิดขึ้นปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น) ภายในไตรมาส 1/61 เพื่อที่จะทำการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายและมาร์จิ้นธุรกิจปลาทูน่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป

จุดคุ้มทุนบรรทัดสุดท้ายของธุรกิจแซลมอนยังคาดว่าเกิดขึ้นในปี 2561

เราคาดขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจแซลมอนที่ 4-5 ล้านเหรียญในปี 2560 ซึ่งถือว่าขาดทุนลดลงจากขาดทุนจากการดำเนินงาน 16 ล้านเหรียญในปี 2559 เนื่องจากการปรับราคาขายกับลูกค้าถี่มากขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2559 ถึงแม้ว่า TU ได้สูญเสียลูกค้ารายหลักในประเทศสกอตแลนด์สำหรับธุรกิจแซลมอนไปให้กับคู่แข่งในไตรมาส 3/60 ซึ่งส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของธุรกิจแซลมอนลดลง แต่เราคาดหวังว่าจะเห็นการกลับมาฟื้นตัวของปริมาณยอดขายจากลูกค้ารายใหม่ซึ่งจะเข้ามาทดแทน และเนื่องจากบริษัททำการซื้อต้นทุนปลาแซลมอนล่วงหน้าคิดเป็น 50% ของปริมาณยอดสั่งซื้อวัตถุดิบปลาแซลมอนทั้งหมดการปรับลดลงของราคาแซลมอน ณ ปัจจุบันจะยังคงไม่เห็นผลกระทบทางบวกทันทีต่อมาร์จิ้นของธุรกิจแซลมอนแช่แข็งในประเทศอียู แต่ผลกระทบในรูปของมาร์จิ้นที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจะตามมาในไตรมาสถัดไปเรายังคงคาดว่าจุดคุ้มทุนบรรทัดสุดท้ายของธุรกิจแซลมอนของ TU ภายในปี 2561 เทียบกับผลขาดทุนสุทธิ 2-3 ล้านเหรียญในปี 2560

แนวทางลดต้นทุนการดำเนินงาน—อีกหนึ่งภารกิจหลักในปี 2561

การปรับโครงสร้างธุรกิจของ TU ในยุโรป และการปิดออฟฟิซที่ซานดิเอโก้ และการหันมาแชร์ออฟฟิซร่วมกันที่ลอสแอนเจลิสเป็นตัวอย่างแนวทางของโครงการริเริ่มลดต้นทุนการดำเนินงาน TU จะมุ่งเน้นโครงการที่เน้นสร้างผลผลิตสำหรับหน่วยงานหรือโรงงานที่มีผลการดำเนินงานที่แย่กว่ากลุ่ม รวมถึงบริหารให้ความสำคัญต่องบลงทุนในธุรกิจที่มีการเติบโตเท่านั้น และจัดการส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนให้ฟื้นตัวในทุกๆ หน่วยธุรกิจภายในปี 2561