ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ ลดลงน้อยกว่าคาด ประกอบกับการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 27 ต.ค. 60 ปรับลดลงเพียง 2.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าที่สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานไปเมื่อวันก่อนว่าปรับลดลงถึง 5.1 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับเพิ่มขึ้น 90,000 บาร์เรล
- นอกจากนี้ EIA ยังรายงานว่าการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 9.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะเดียวกันการส่งออกน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ระดับ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ (โอเปค) รวมทั้งประเทศรัสเซีย ที่คาดว่าจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไปจนถึงสิ้นปี 61 จากกำหนดเดิมที่เดือน มี.ค. 2561 ซึ่งผลสรุปจะเกิดขึ้นในการประชุมของประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปคในวันที่ 30 พ.ย. 60 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
+ อัตราการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคในเดือน ต.ค. 60 ปรับตัวลดลง 80,000 บาร์เรลต่อวัน ไปอยู่ที่ระดับ 32.78 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบตามข้อตกลงที่ร้อยละ 92 โดยปรับตัวสูงขึ้นจากเดือน ก.ย. 60 ที่อยู่ร้อยละ 86
+/- การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 1.00-1.25% พร้อมทั้งแสดงภาพเศรฐกิจสหรัฐ ที่ยังคงเป็นบวก
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานตึงตัว หลังสต็อกน้ำมันเบนซินในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับมีการส่งออกน้ำมันเบนซินจากเอเชียไปยังตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องหลังมีโรงกลั่นน้ำมันปิดซ่อมบำรุงและอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยอินเดียยังคงเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซลเข้าสู่ตลาด ในขณะที่อุปสงค์ในภูมิภาคยังคงอ่อนตัว
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51 - 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 57 - 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- กลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 ต่อไปอีกราว 3 - 9 เดือน โดยซาอุดิอาระเบียเปิดเผยว่าเป้าหมายหลักของกลุ่มคือการปรับลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD oil stocks) ให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังคงหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาสมดุลตลาดน้ำมัน หลังข้อตกลงสิ้นสุดลง
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ที่คาดจะกลับมาดำเนินการผลิต หลังมีการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินจากพายุเฮอร์ริเคน Nate รวมถึงการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ต.ค.60 ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.1 ล้านบาร์เรล
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ หลังจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับลดปริมาณการขุดเจาะลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุด Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสิ้นสุดวันที่ 27 ต.ค. ปรับลดลงกว่า 13 แท่นจากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 737 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 60
---------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









