ติดตามการไหลออกของ Fund Flow
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้:หลังจากการประชุมเฟดเมื่อคืนนี้ แม้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย แต่คาดว่าในรอบหน้ามีโอกาสมากที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการรอดูผู้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่แทนเจเน็ต เยเลน ซึ่งคาดประกาศในคืนนี้ ดังนั้น เราให้จับตาทิศทางของ Fund Flow ที่อาจจะไหลออกจากตลาด Emerging Market ไปสู่ตลาดหุ้นหลักสำคัญคือสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ออกมาดีมาก ราคาน้ำมันดิบเริ่มอ่อนแรง แสดงถึงนัยยะว่าการผ่านระดับ 60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จูงใจให้เกิด Supply เพิ่ม ถ่านหินเป็น commodity ที่ perform ดีมากในช่วงนี้ หนุนหุ้นเหมืองแร่ในต่างประเทศปรับตัวขึ้นด้วย ดังนั้น แนะนำ Sector เด่น คือ ถ่านหิน อสังหาริมทรัพย์ และธนาคาร หุ้นรายตัวที่เด่นช่วงนี้ คือ BANPU, IVL, KBANK, TMB, AP, BEM
ปัจจัยในประเทศ:
- ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 0.86% YoYอยู่ที่ 38 ซึ่งปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 4ติดต่อกัน หนุนโดยราคาผักและผลไม้ที่สูงขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลกินเจ รวมถึงราคายาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ดัชนีเฉลี่ย 10 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 0.62% YoYขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือน ต.ค.ปรับขึ้น 0.58% YoYอยู่ที่ 101.53 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ยพื้นฐาน 10 เดือน เพิ่มขึ้น 0.5% YoY (บางกอกโพสต์/ไทยโพสต์)
- AOT (25บาท; ถือ ; 12MAWS TP 59.00 บาท) เผย ส.ค.60 ผู้โดยสารโต 8.9%-เที่ยวบินเพิ่ม 6.2% สายการบิน Low cost โตมากสุด โดยดัชนี AOT Gateway Index เดือน ส.ค.60 อยู่ที่ 150.8 เพิ่ม 4.6% QoQและเพิ่ม 7.9% YoYทั้งนี้ในเดือน ส.ค.60 มีจำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลงรวม 70,812 เที่ยวบิน เพิ่ม 6.2% YoYจากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินในประเทศของสายการบินต้นทุนต่ำที่เพิ่ม 11.9% ซึ่งขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 เดือน ทั้งนี้ปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศทั้งขาเข้าและออกเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน หรือเพิ่ม 14% ด้านตัวเลขผู้โดยสารระหว่างประเทศของทอท.อยู่ที่ 6.6 ล้านคน ขณะที่ท่าอากาศยานของสิงคโปร์และมาเลเซีย อยู่ที่ 5.3 ล้านคน และ 4.4 ล้านคน ตามลำดับแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของ ทอท.ในอาเซียน
- MALEE(ราคาปิด44.25บาท) ร่วมทุนพีที คีโน่ อินโดฯตั้ง 2 บริษัทในการขยายการผลิต-ฐานลูกค้ามาลีได้จัดตั้งกิจการร่วมค้ากับบริษัท พีที คีโน่ อินโดนีเชีย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการแสดงสินค้าในระดับนานาชาติขยายฐานธุรกิจเข้าไปในตลาดต่างประเทศและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดที่ดำเนินธุรกิจ (Bangkok Post)
- BEM(ราคาปิด 8.45 บาท; ซื้อ; 12MAWS TP 10.10 บาท) เร่งเจรจาต่ออายุสัมปทานทางด่วนที่ใกล้หมดอายุปี 2563 จ่อคิวงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ราชบูรณะ) รอ ครม. อนุมัติเวลาชัดเจนปลายปีนี้ คาดแนวโน้มผลงานปี 2561 เติบโตก้าวกระโดด หลังเห็นสัญญาณปริมาณการใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าขยายตัวดีขึ้นอย่างมาก (ทันหุ้น)ความเห็น: เรามีมุมมองบวกคาดว่าได้ต่ออายุสัมปทานทางด่วน ซึ่งส่วนแบ่งรายได้ภาครัฐก็ได้สูงถึง 60% อยู่แล้ว เนื่องจากภาครัฐบาลต้องใช้เงินในการลงทุนมาก ในส่วนของทางด่วนเส้นใหม่ และสาธารณูปโภคของ EEC นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้มี PPP กับภาคเอกชน ทำให้คาดว่ารัฐ น่าจะคงต่อสัญญาสัมปทานทางด่วนต่อเพื่อไม่ต้องลงทุนด้านการปฏิบัติการเอง
- SCC (ราคาปิด 480 บาท; ถือ: ราคาเป้าหมายอยุ่ระหว่างปรับปรุง) รายงานกำไรสุทธิ 11,836 ล้านบาท ลดลง 16%YoY แย่กว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 13,500 ล้านบาท กำไรที่ปรับลดลงมามากเกิดจากกำไรในธุรกิจปิโตรเคมีที่ลดลง 18%YoY จากส่วนต่างแคบลงและเงินบาทแข็งค่าความเห็น มองธุรกิจปิโตรเคมีอยู่ในช่วง Peak Cycle แล้วขณะที่บริษัทไม่มีกำลังผลิตใหม่จนกว่าปี 2565 ด้านธุรกิจปูนซีเมนต์มีแนวโน้มฟื้นตัวจากโครงการ Megaproject แต่อาจส่งผลบวกไม่มากเท่าที่คาดกันไว้เนื่องจากเน้นใช้เครื่องจักรมากกว่าแรงงานทำให้ผลการกระจายรายได้ (Multiple Effects) ลดลง ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเติบโตปานกลาง แต่ความต้องการใช้กระดาษพิมพ์ลดลง ทำให้เราคงมองว่า SCC ขาดปัจจัยสนับสนุนในระยะยาว แนะนำ"ถือ" และอยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเป้าหมายลง โดยเราชื่นชอบ PTT และหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตดีกว่า
- SPALIทำยอด Presales 9M60 ได้รวม 25,210 ล้านบาท แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับเป้าทั้งปี ที่ 27,000 ล้านบาทเราคาดว่ามีโอกาสสูงมากที่ Presales ทั้งปี 2560 จะสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทโดยเราคาดการณ์กำไรใน 3Q60 ไว้ที่ 1,731 ล้านบาทซึ่งเราคาดว่าจะสูงกว่ากำไรใน 4Q60 เนื่องจากมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น 40% ใน Petron Mega Plaza อาคารสำนักงานในฟิลิปปินส์ ประมาณ 320 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเราแนะนำ”ถือ” เนื่องจากการเพิ่มทุนจาก warrant จะส่งผลทำให้ EPS ลดลงในปี 2561 และ 2562 ซึ่ง ณ ขณะนี้ราคาหุ้นยังคงมี Upside อีกประมาณ 1% จากราคาเป้าหมายที่ 26.6 บาท อ้างอิง PER 10x ของอัตรากำไรสุทธิในปี 2561 (ราคาปิด: 25.25 บาทราคาเป้าหมาย:26.6 บาท)
- THCOM(ราคาปิด13.10บาท) รายงานกำไรสุทธิใน 3Q60 หดตัวต่อเมื่อจากไตรมาส 2Q60 หลังรายได้จากลูกค้ารายใหญ่ 2 รายหายไป คือ NBN ซึ่งได้ยกเลิกสัญญา และ TOT ที่หมดสัญญา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 10% ต่อปี โดย THCOM ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่หายไปสะท้อนออกมาจากกำไรที่ต่ำลงอีกในไตรมาสนี้ ซึ่งลดลงจาก 477 ล้าน ใน 3Q59 เหลือ 112 ล้าน ใน 3Q60 ลดลงถึง 76% YoYนอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องความไม่ชัดเจนต่อการดำเนินธุรกิจของ THCOM จากการที่ไม่สามารถเจรจากับกระทรวงดิจิทัลได้เราจึงเห็นว่า THCOM ไม่อยู่ในสถานะที่น่าลงทุน (ราคาปิด NR: ราคาเป้าหมาย NR)
- TU(ราคาปิด18 บาท) รายงานราคาต้นทุนปลาทูน่าในเดือน ต.ค. 2560 ที่ 2,300 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เพิ่มขึ้น 64.3%YoYเฉลี่ย 10 เดือนแรกของปี 2560 ต้นทุนปลาทูน่าเท่ากับ 1,852 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เพิ่มขึ้น 32.5%YoY ส่งผลลบต่อธุรกิจปลาทูน่าของบริษัท ทำให้เราอาจปรับประมาณการราคาและราคาเป้าหมายลง
ตลาดต่างประเทศ:
- สหรัฐฯ:ตลาดหุ้นปิดบวก (1 พ.ย.) หลังการประชุมเฟด มีมติคงอัตราดอกเบี้ย และแสดงมุมมองที่เป็นบวกต่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้ปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งข้อมูลภาคบริการและการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ ขยายตัวงแข็งแกร่งในเดือน ต.ค. นักลงทุนจับตาผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ โดย ทรัมป์ จะเปิดเผยชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวในวันนี้ ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่น
- ยุโรป:ตลาดหุ้นปิดบวก (1 พ.ย.) ได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังจากทางการจีนเปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตของจีนยังคงมีการขยายตัวในเดือน ต.ค. ขณะที่หุ้นกลุ่มรถยนต์พุ่งขึ้น หลังจากบริษัทรถยนต์รายใหญ่มียอดขายเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ
สินค้าโภคภัณฑ์:
- น้ำมันดิบ: ปิดขยับลง (1 พ.ย.) หลังจาก EIA เปิดเผยว่าการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
- ทองคำ:ปิดบวก (1 พ.ย.) ก่อนที่นักลงทุนจะทราบผลการประชุมเฟด นักลงทุนจับตาผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ที่จะเปิดเผยชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ
- ราคาถ่านหิน ปรับตัวขึ้นไปที่ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน หนุนหุ้น BANPU มากที่สุด คาดผลประกอบการไตรมาส 3/60 แข็งแกร่งที่ 2,500-3,000 ล้านบาทด้วย
- ค่าระวางเรือเทกอง ปรับตัวลง 26 จุด มาที่ 1,496 จุด ลดลง 1.71% เป็นช่วงส่ง Sentiment ลบต่อ PSL, TTA









