วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Strategy (1 พ.ย.60)

มุมมองของกลุ่มธนาคาร-อสังหาริมทรัพย์ในปีหน้าโดดเด่นขึ้น

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: จากการที่ผู้บริหาร KBANK ให้มุมมองที่ดีขึ้นต่อการขยายตัวสินเชื่อธนาคาร และเศรษฐกิจไทยในปีหน้า อีกหนึ่งธุรกิจที่จะได้ผลบวกจากเรื่องนี้คืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเราชื่นชอบ ANAN, SIRI, AP, QH, และ LH ส่วนธุรกิจอื่น เช่นไฟฟ้า เลือก BPP ซึ่งมีข่าวได้ธุรกิจ acquire ธุรกิจไฟฟ้าในญี่ปุ่นเพิ่ม และ BANPU ซึ่งโดดเด่นที่ธุรกิจถ่านหินในปี 2560-2561 ,และรับผลบวกจากการถือหุ้น BPP ที่ 78.71% ด้วย ตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าซื้อขายในกรอบ 1,713-1,730 จุด มีมุมมองที่เป็นบวกทั้ง Domestic Play และ Global Play ผ่าน Selective Buy

หุ้นเด่นวันนี้ LH(ราคาปิด 10.90 บาท; NR; Bloomberg Consensus 11.58 บาท)

  • จากการที่ผู้ประกอบการในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ใหญ่อย่าง KBANK มีมุมมองที่เป็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีหน้า และการขยายตัวดีขึ้นของสินเชื่อธนาคาร เราเห็นว่าเป็นมุมมองที่ดีสะท้อนมายังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากเศรษฐกิจดีขึ้น การปล่อยสินเชื่อธนาคารคล่องตัวขึ้น อสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อย่าง LH จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่ง LH มี Backlog ในมือประมาณ 14,703 ล้านบาท เพียงพอบันทึกรายได้ในสองปีข้างหน้าในอย่างมั่นคง นอกจากนี้ ยังมีรายการพิเศษปีนี้ราว 2,400 ล้านบาท จากการขายอาคารให้กองทุนและกำไรจากการตีเงินมูลค่าเงินลงทุนใน LHBANK โดย Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมาย LH ที่ 58 บาท
  • Price Pattern ของ LH มีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal โดยเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ LH ระยะสั้นมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 40 บาท และมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 12.50 บาทตามลำดับ โดยหาก Price Pattern ของ LH มีความแข็งแกร่งที่มากพอ โดยสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 12.50 บาท จะเป็นการบ่งบอกถึงการทำ New High โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 13.90 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 15.60 บาท ตามลำดับ ทั้งนี้ LH มีจุด Stop Loss ระยะสั้นรอบนี้อยู่ที่ 10.10 บาท

 

ปัจจัยในประเทศ:

  • นายกฯ สั่งทำช้อปช่วยชาติ วานนี้ นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้สั่งให้ กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการใช้จ่ายในช่วงสิ้นปี หวังเพิ่มการใช้จ่ายในครัวเรือนและการเติบโตของเศรษฐกิจ (บางกอกโพสต์) ความเห็น: เราคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก เช่น ROBINS HMPRO GLOBAL และ CPALL
  • ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยขยายตัว 4.21% YoYในเดือน ก.ย. อยู่ที่ 114.59 หนุนโดยการผลิตที่สูงขึ้นของรถยนต์ ยาง และอิเล็กทรอนิกส์ การปรับตัวขึ้นของดัชนีบ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง (บางกอกโพสต์)
  • GLOBAL:กำไรสุทธิไตรมาส 3/60 เท่ากับ 339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82%YoY รายได้จากการขายสุทธิสำหรับไตรมาส 3/2560 เท่ากับ 4,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.46%YoY เป็นผลจากการเปิดสาขาเพิ่มอีก 9 สาขาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (SET) ความเห็น: ยังคงสอดคล้องกับผลประกอบการที่คาดไว้ในช่วง 2H60 ที่คาด 720 ล้านบาท ซึ่งกำไรไตรมาส 4/60 ปีนี้ไม่คาดว่าจะถูกกระทบจากปัจจัยลบอะไร แต่ราคาหุ้นชนเป้าหมายตาม IAA Consensus ที่ 18.00 บาทแล้ว แนะนำแบ่งขายทำกำไร
  • BPP:ลงทุนผ่าน BANPU Renewable Singapore Pte. Ltd. ในญี่ปุ่น สัดส่วน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ยามางาตะ ไออีเดะ กำลังการผลิต 200 MW ที่จังหวัดยามางาตะ โดยคาดว่าจะ COD ในครึ่งหลังของปี 2566 อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมในสัดส่วน 34% เมื่อโครงการเริ่มดำเนินก่อสร้าง และอีก 15% ที่เหลือหลังโครงการ COD แล้ว (SET) ความเห็น: ปัจจุบัน BPP ได้ COD โรงไฟฟ้าแล้วกว่า 2,068 MW แบ่งเป็นพลังงานถ่านหิน 1,903 MW และ พลังงานแสงอาทิตย์ 165 MW ส่วนอีก 721 MW อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนทั้งหมดปัจจุบันอยู่ที่ 2,789 MW หากดำเนินการได้ครบทั้งหมดนี้ จะทำให้บรรลุแผน COD โรงไฟฟ้าได้ 2,700 MW ในปี 2563

     

    ตลาดต่างประเทศ:

    • วันนี้รอดู Markitจะประกาศตัวเลข PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ ของหลายประเทศที่สำคัญ ญี่ปุ่น จีน ยูโร และสหรัฐฯ ส่วนใหญ่คาดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น และรอดูผลการประชุมเฟดในคืนนี้
    • สหรัฐฯ:ตลาดหุ้นปิดบวก (31 ต.ค.) ได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ บจ. และปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาบ้านและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้ พร้อมกับรอดูการเปิดเผยชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งคาดว่ารู้ผลราววันที่ 3 พ.ย.60 นี้
    • ยุโรป:ตลาดหุ้นปิดบวก (31 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงไรอันแอร์ และบีพี นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากรายงานที่ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 3 ปีนี้ รอดู PMI ในวันนี้

     

    สินค้าโภคภัณฑ์:

    • น้ำมันดิบ:WTI ปิดบวก (31 ต.ค.) ได้รับปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก เห็นพ้องในการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปจนถึงสิ้นปีหน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ที่กรุงเวียนนา ซึ่งคาดว่าที่ประชุมจะหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิต
    • ทองคำ: ปรับตัวลง (31 ต.ค.) ได้รับปัจจัยกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
    • ราคาถ่านหิน: ปรับตัวขึ้นไปที่ 99.90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยและยืนในระดับที่ดี ส่งผลบวกต่อ BANPU
    • ค่าระวางเรือเทกอง: ปรับตัวลง 12 จุด -0.78% อยู่ที่ 1,522 จุด ยังเป็น Sentiment เชิงลบต่อ PSL, TTA แต่ยังมองว่าการค้าโลกที่ดีขึ้นประกอบกับธุรกิจถ่านหินและเหล็กยังคงดี จะส่งผลดีระยะปานกลางต่อ PSL, TTA