หลักทรัพย์บัวหลวง ฟันธงหุ้นไทยตลอดเดือนพ.ย.จะอยู่ในรูป “ตลาดกระทิง” อาจขึ้นทำสถิติจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,750 จุด พร้อมชวนออมหุ้นแบบเฉลี่ยต้นทุนผ่านกลยุทธ์ DCA และ VA
นายธนรัตน์ อิศรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค หลักทรัพย์บัวหลวงสรุปผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในเดือนต.ค.ที่ผ่านมาว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีขึ้นไปทำจุดสูงสุด 1ล729.80 จุด และลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 1,673.01 จุด
สำหรับหุ้นที่ชนะตลาด คือ KCE และ TKN ส่วนหุ้นที่แพ้ตลาด คือ CCET และ AAV โดยเราใช้เครื่องมือทางเทคนิควิเคราะห์แนวโน้มตลาด 4 ตัว คือ Bollinger band ,Trend line ,RSI และ Candle stick ซึ่งได้ผลลัพธ์ดัชนีเปลี่ยนเทรนด์เป็นขาขึ้น
อย่างไรก็ดีสำหรับวิธีเลือกหุ้นเราใช้ Parameter เลือกหุ้นที่มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นตามตลาด,ใช้สัญญาณทางเทคนิคช่วยจับจังหวะการซื้อขาย,วอลุ่ทเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญพร้อมกับสัญญาณทะลุแนวต้านได้ผลลัพธ์ถูกต้องคิดเป็น 50% ของพอร์ต
กูรูเทคนิค กล่าวถึงไฮไลท์ชาร์ตประจำเดือนพ.ย.ว่า จากการวิเคราะห์เครื่องมือทางเทคนิคพบว่า ดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทำ “จุดสูงสุดใหม่” ในรูปแบบ “ตลาดกระทิง” โดยแนวโน้มย่อยอาจมีการปรับฐานบ้าง แต่ยังคงรูปแบบ “ขาขึ้น” เนื่องจากค่า Volatility มีความผันผวนสูง ฉะนั้นคาดว่า ดัชนีมีลุ้นขึ้นทำสถิติจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 1,750 จุด (แนวรับ 1,700 จุด)
“ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาปิด Gap และเริ่มปรับตัวขึ้นได้ตามตลาดหุ้นในภูมิภาค อย่างไรก็ตามผลตอบแทน 10 เดือนตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวขึ้นเพียง 9% ขณะที่ตลาดหุ้นฮั่งเส็งให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ 28% อินเดีย 25% เกาหลีใต้ 23%”
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบเบรนท์ หลังปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 2 ปีที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล ส่งสัญญาณทะลุเทรนด์ แนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 68 เหรียญต่อบาร์เรล โดยมีปัจจัยหนุนจากเรื่องกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่โอเปคอาจขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปจนถึงสิ้นปีหน้า
ส่วนค่าเงินดอลลาร์ส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ตามคาด ภายหลังจากการปรับตัวลงมาอย่างยาวนาน ทำให้โครงสร้างหลักอยู่ในภาพ Oversold อาจส่งผลให้กระแสเงินลงทุนไหลกลับ มุมมองตลาดคาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอาจจะค่อยๆปรับตัวขึ้นในช่วงเดือนธ.ค. 2560
“โครงสร้างหลักของตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนเทรนด์เป็นขาขึ้นรอบใหม่ จากการทะลุกรอบสามเหลี่ยม Symmetrical triangle ส่งผลให้ต้นทุนค่าเฉลี่ยอยู่บริเวณ 1,650 จุด การทะลุเทรนด์หรือแนวต้านสำคัญดัชนีมักจะขึ้นได้แรง”
4 หุ้นสัญญาณเด่นประจำเดือนพ.ย.
หลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำลงทุนหุ้นสัญญาณบวก 4 ตัว คือ1.หุ้น KBANK ราคาเป้าหมาย 236 บาท จุด Stop loss 214 บาท หุ้นปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มหนุนด้วยค่า MACD > 0 บ่งชี้การเปลี่ยนเป็นทิศทางขาขึ้น
2.หุ้น LH ราคาเป้าหมาย 12.4 บาท Stop loss 10.4บาท หุ้นทะลุเทรนด์สําคัญส่งผลให้วอลุ่มเพิ่ม
สูงขึ้น ขณะที่ค่า RSI บ่งชี้ความแข็งแกร่งด้านราคา
3. หุ้น FN ราคาเป้าหมาย 8 บาท Stop loss 5.9 บาท ภาพรายเดือนส่งสัญญาณบวกจากการทะลุเทรนด์
จุดกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่ Pivot point
ตัวสุดท้าย คือ หุ้น VGIราคาเป้าหมาย 7.2 บาท Stop loss 5.9 บาท ราคาแกว่งตัวอยูในกรอบสามเหลี่ยมใหญ่
ขณะที่ราคาปิดสูงในกราฟรายเดือน พร้อมกับค่า MACD หนุนแนวโน้มปรับขึ้น
หลักทรัพย์บัวหลวง แนะนำออมหุ้นทุกวันแบบเฉลี่ยต้นทุน ผ่านการลงทุนแบบ Dollar-Cost Averaging (DCA) และออมแบบ Value Averaging (VA) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการลดความเสี่ยงการลงทุน รวมถึงสร้างโอกาสในการลงทุน ด้วยการกระจายสัดส่วนเฉลี่ยการซื้อในทุกงวด เพื่อช่วยลดความกังวลในเรื่องราคา ความผันผวน และการจับจังหวะการซื้อหลักทรัพย์ ในระยะสั้น
ทั้งนี้การลงทุนทั้งสองแบบจะเหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการสะสมหรือออมเงินลงทุนในรูปแบบหลักทรัพย์ และต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว สนใจรับคำปรึกษาเพิ่มเติมที่ 02-618-1566-69 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/dca_va/
อย่างไรก็ดีภายในงาน SET in the City2017 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 16-19 พ.ย.นี้ ณ สยามพารากอน หลักทัรพย์บัวหลวง ได้นำนวัตกรรมล้ำสมัยที่จะช่วยให้การลงทุนสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ไว้ให้นักลงทุนหลากหลายสไตล์เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม stock signal โปรแกรม ialgo โปรแกรม itracker และการออมหุ้นด้วยระบบอัตโนมัติ อย่าง SAP01 เป็นต้น







