วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (30 ต.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 2% หลังซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียหนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานเหนือระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 58 หลังจากซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียสนับสนุนการขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 61 ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคจะหารือกันเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

+ นอกจากนี้ ตลาดได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับตะกร้าของเงินสกุลหลัก หลังจากมีข่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะเลือกนายเจอโรม พาวเวล หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เป็นประธาน Fed คนใหม่แทนนางเจเน็ต เยลเลน ประธาน Fed คนปัจจุบันที่จะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 31 ม.ค. 61 ทั้งนี้ นายพาวเวลเป็นเจ้าหน้าที่ Fed สายพิราบ ที่สนับสนุนการใช้นโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยืดหยุ่นได้  ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินดอลลาร์ และหนุนราคาน้ำมันดิบ

- สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างรัฐบาลกลางอิรักและรัฐบาลเคอร์ดิสถาน (KRG) เขตกึ่งปกครองตนเองทางเหนือของอิรัก ซึ่งปะทุขึ้นในพื้นที่ทางยุทธศาสตร์สำคัญในการผลิตน้ำมันดิบของอิรัก มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายลง หลังจากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในการ “สงบศึก” ด้วยการหยุดการปะทะและระงับปฏิบัติการทางทหาร พร้อมทั้งมีการ “ระงับ” ผลการลงประชามติของชาวเคิร์ดที่จะแยกตัวเป็นเอกราชจากอิรัก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยข้อตกลงในการ “สงบศึก” ดังกล่าวจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี สถานะข้อตกลงดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์จากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไต้หวันที่ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ตามอัตราการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดี รวมถึงปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังของจีนที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกจากอินเดียที่เพิ่มขึ้น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

  • ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51 - 56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 58 - 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

  • กลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 ต่อไปอีกราว 3 - 9 เดือน โดยซาอุดิอาระเบียเปิดเผยว่าเป้าหมายหลักของกลุ่มคือการปรับลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD oil stocks) ให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี นอกจากนี้ ซาอุฯ ยังคงหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อรักษาสมดุลตลาดน้ำมัน หลังข้อตกลงสิ้นสุดลง
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ที่คาดจะกลับมาดำเนินการผลิต หลังมีการหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉินจากพายุเฮอร์ริเคน Nate รวมถึงการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 ต.ค.60 ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ 1.7 ล้านบาร์เรล
  • จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ หลังจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับลดปริมาณการขุดเจาะลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากที่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงที่ผ่านมา โดยล่าสุด Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสิ้นสุดวันที่ 27 ต.ค. ปรับลดลงกว่า 13 แท่นจากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 737 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 60

-------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)          

        โทร.02-797-2999