Ahead of the curve
ประเด็นการลงทุน
แนะนำ “ซื้อ” D เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 10.50 บาท (อิง P/E 35เท่า เทียบเคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาล และกำไรปี 2018) เรามองว่าบริษัทมีโมเด็ลธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเน้นการรักษาในระดับ Premium มากกว่าการเร่งขยายสาขา ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนลูกค้าที่สมดุลกันระหว่างคนไทย และชาวต่างชาติ 50:50 ซึ่งพร้อมสำหรับการเติบโตไปกับเทรนด์ Dental tourism อีกทั้งยังมีโครงการใหม่ โรงพยาบาลทันตกรรม (Bangkok International Dental Hospital: BIDH) ซึ่งจะหนุนให้พื้นฐานของบริษัทเปลี่ยนไป แบบก้าวกระโดด ซึ่ง BIDH จะหนุนให้ D มีจำนวนเตียงทันตกรรมเพิ่มสูงถึง 50% ใน 2-3 ปีข้างหน้า อีกทั้งบริษัทมีแผนการบริหารจัดการให้ BIDH สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ (ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ)
คาดกำไร 3Q17 จะกลับมาโดดเด่น และ 4Q17 ดียิ่งกว่า
คาดกำไร 3Q17 ที่ 12 ล้านบาท ฟื้นตัวแรง 19% QoQ ทรงตัว YoY โดยกำไรที่ดีขึ้น QoQ เกิดจากปัจจัยฤดูกาล ตามกลุ่มโรงพยาบาลที่อิงภาพลูกค้าต่างชาติ ที่ผ่านจุดต่ำในไตรมาส 2 และจะค่อยๆปรับตัวขึ้นในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ตามลำดับ ในขณะที่การดำเนินงานในสาขา Dental Signature และ Smile Signature มี Utilization-rate ที่สูงขึ้น เราคาดกำไรใน 4Q17 จะเร่งตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ อย่างต่อเนื่อง
โรงพยาบาลทันตกรรม (BIDH) จะเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญ
คาดพื้นฐานของบริษัทจะเปลี่ยนไปหลังจากที่โรงพยาบาลทันตกรรม (Bangkok International Dental Hospital: BIDH) เปิดดำเนินการในปี 2019 ซึ่ง BIDH จะเป็นโรงพยาบาลทันตกรรม ที่มีมาตรฐาน JCI ซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกค้า high-end ทั้งในประเทศและชาวต่างชาติ BIDHห้องทันตกรรม 33 ห้อง ห้องพักผู้ป่วย 2 ห้อง และห้องผ่าตัด(Operation room) 1 ห้อง ซึ่งบริษัทตั้งเป้าทำตลาดของ BIDH ให้premium ยิ่งกว่า BIDC ในปัจจุบัน และจับกลุ่มลูกค้า expat ที่อาศัยอยู่ใจกลางเมือง และสุขุมวิทตอนต้น รวมถึงลูกค้าที่เดินทางมาเพิ่อรับการรักษาเคสใหญ่ๆ เช่น การฝังรากฟันเทียม การผ่าตัดขากรรไกร เป็นต้น
การบริหารที่แตกต่างอาจหนุนให้โรงพยาบาลมีกำไรตั้งแต่ปีแรก
โรงพยาบาลทันตกรรม (BIDH) อาจช่วยหนุนกำไรของ D ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดดำเนินการ เพราะกลยุทธ์การบริหารจัดการของบริษัทที่แตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไป โดย 1) จะแบ่งการเปิดดำเนินการเป็น 2-3 เฟสเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 2) ทันตกรรมแตกต่างจากการรักษาพยาบาลแบบอื่น คือ ทันตกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการบริการที่มีการนัดล่วงหน้า โดยเฉพาะเคสใหญ่ๆที่บริษัทมุ่งทำตลาดจะยิ่งมีการนัดล่วงหน้านานหลายเดือน ดังนั้นบริษัทมีแผนที่จะเปิดทำการตลาดและรับนัดผู้ป่วยล่วงหน้าก่อนเปิดตัวราว 6 เดือน เพื่อให้มีutilization rate ที่สูงตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดตัว
การลงทุนใน BIDH จะใช้ CAPEX ราว 450 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน
275 ล้านบาท อาคาร 130 ล้านบาท อุปกรณ์และอื่นๆราว 44 ล้านบาท เบื้องต้นโครงการจะให้ผลตอบแทน Project IRR 10.61% –13.23%
และ Equity IRR ราว 13.38% –17.45% (อ้างอิงรายงาน IFA)







