วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ยืนยันเกณฑ์ใหม่ไม่กระทบ5แบงก์ใหญ่

ธปท.ประกาศใช้เกณฑ์ใหม่กำกับ 5แบงก์ใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบในประเทศ ตามบาเซิล 3 ต้องเพิ่มเงินกองทุน 1% และรายงานข้อมูลถี่ขึ้นเป็นรายเดือน จากปกติรายไตรมาส ยืนยัน 5 แบงก์ไม่ได้รับผลกระทบ

นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ออกประกาศแนวทางกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญเชิงระบบในประเทศ (Domestic Systemically Important Banks : D-SIBs) ตามมาตรฐานสากลบาเซิล 3 โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.2562

ซึ่งจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่งที่เข้าเกณฑ์การเป็นธนาคารที่มีความสำคัญต่อระบบ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ต้องดำรงเงินกองทุนขั้นที่ 1 ในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากอัตราขั้นต่ำอีก 1% จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.5 % และBIS Ratio อยู่ที่ 8.5 % โดยทยอยเพิ่ม 0.5% .ในปี 2562 และปี 2563 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังต้องส่งรายงานให้ธปท.ถี่ขึ้น จากเดิมรายไตรมาส จะต้องส่งข้อมูลเป็นรายเดือน

ส่วนธนาคารพาณิชย์ใดที่เข้าข่ายต้องใช้ D-SIBS นั้น ธปท.พิจารณาจาก 4 เกณฑ์ คือ 1.ขนาดสินทรัพย์ และปริมาณธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์ 2.ความเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมระหว่างกันของธนาคารพาณิชย์ 3.การเป็นผู้ให้บริการหลักในโครงสร้างพื้นฐานของระบบสถาบันการเงินที่สำคัญ และ 4. ความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

ตามปกติการกำกับดูแลสถาบันการเงิน จะเป็นไปตามบาเซิล 3 อยู่แล้ว แต่มาตรการที่ออกมาใหม่นี้ เป็นมาตรการเพิ่มเติม ที่มีการประกาศใช้ในหลายประเทศแล้ว ทั้งสิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และเยอรมันนี

“มาตรการนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อธนาคารทั้ง 5 แห่งทั้งการทำธุรกิจ และการให้บริการ เพราะปัจจุบันสถานะเงินกองทุนสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว โดยเฉลี่ย 5 แห่งมีเงินกองทุนขั้นที่ 1 อยู่ที่ 14.25% และมีBIS Ratio อยู่ที่ 16.93% แต่เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้แบงก์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วยิ่งขึ้นไปอีก”