ทางขึ้นเป็นต่อ
คาดการณ์ภาวะตลาดและกลยุทธ์การลงทุนวันนี้:
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: เรามองสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ทางขึ้นเป็นต่อ เลือก Domestic Plays รองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เรายังคงแนะนำ Selective Buy เพิ่มน้ำหนักหุ้นในกลุ่ม DomesticPlays แต่ก็ยังแนะนำเก็งกำไรตามรอบสำหรับหุ้นคอมมอดิตี้ โดยเฉพาะส่วนที่แข็งแกร่ง และยังอยู่ที่ฐานต่ำ และค่อย ๆ ปรับตัวขึ้น คือเดินเรือเทกอง PSL, TTA แต่สัปดาห์นี้ให้ลดความร้อนแรงลงและอาจแบ่งขายทำกำไร เพื่อกลับมาเล่นรอบ หลังจากสัปดาห์ก่อน พอร์ตรวมที่แนะนำไปมี TASCO, TMT, ANAN, PSL, TTA บวกรวม 3.19% เทียบกับ SET ที่บวก 1.5% ในสัปดาห์ก่อนBCH คาดว่าได้รับผลบวกจาก High Season ของธุรกิจโรงพยาบาลช่วงไตรมาส 2/60 และ 3/60 ส่วน BEM เรามองผลบวกในอนาคตจากการที่อาจจะได้เลื่อนการเดินรถเฟสที่ 2 เร็วขึ้นราว 2 เดือน อีกทั้งมีโอกาสที่จะได้รับผลบวกหากทิศทางดอกเบี้ยในประเทศทรงตัวในระดับต่ำ หรือเป็นขาลง
หุ้นแนะนำวันนี้ ANAN BEM BCH
Stock/Sector Update:
• ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (15 ก.ย.) หลังจากหุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น สกัดปัจจัยลบจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐฯ และข่าวการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค.ของสหรัฐฯ ร่วงลง 0.2% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% หลังจากยอดขายรถยนต์ปรับตัวลดลง ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.ลดลง 0.9% ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2552 และเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค. นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือน ก.ย.ซึ่งสำรวจโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ลดลงสู่ระดับ 95.3 จากระดับ 97.6 ในเดือน ส.ค. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์และเออร์มาพัดถล่มสหรัฐฯ
• สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงราว 3.3% เมื่อวันศุกร์ (15 ก.ย.) ตามทิศทางราคาโลหะอื่นๆในตลาดโลกที่พากันปรับตัวลง รวมถึงโลหะเงิน ขณะที่ตลอดทั้งสัปดาห์ สัญญาทองแดง เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นประเทศที่นำเข้าทองแดงรายใหญ่ของโลก หลังจากที่ทางการจีนรายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. ขยายตัว 6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงหลังจากที่ขยายตัว 6.4% ในเดือน ก.ค. ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนขยายตัว 7.8% ในช่วงแปดเดือนแรกของปีนี้ ซึ่งชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 8.3% ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ส่วนยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. ขยายตัว 10.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลง 0.3% จากระดับการขยายตัวในเดือน ก.ค.
• หุ้นไทยติดชาร์ตดัชนี DJSI รอบใหม่มีผลวันนี้ ได้แก่ CPALL HMPRO IVL และ TRUE (ทันหุ้น)
• อสังหาฯลุ้นโค้งสุดท้ายปลายปีคลอลิเออร์สคาดได้แค่ทรงตัว: คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ผู้เชี่ยวชาญการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ในไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ในด้านกำลังซื้อคาดว่าจะยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการหลายรายพยายามจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขาย ยกเว้นผู้ประกอบการที่จัดแคมเปญใหญ่ โปรโมชั่นแรง รวมหลายโครงการไว้ภายในงานเดียว ซึ่งช่วยสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี (ผู้จัดการรายวัน)
• ดัชนีค่าระวางเรือเทกองล่าสุด 1,385 จุด เพิ่มขึ้น 24 จุด +1.76% ปัจจัยบวกน่าจะมาจากช่วง High Season ของการส่งออก รวมถึงราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น จูงใจให้นำเรือเก่าไปขายเพื่อหลอมเป็นเศษเหล็ก ดีกว่านำออกมาวิ่งและมีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงรวมถึงราคาน้ำมันที่สูง (น้ำมันเป็นต้นทุนของผู้จ้างเดินเรือ)
• ค่าการกลั่นอ่อนตัวลง มาอยู่ที่ 9.01 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 0.22% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น อัตราการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ จำนวน 13 จาก 20 โรงกลั่น ที่ได้รับผลกระทบจากเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ใกล้กลับมาผลิตได้ตามปกติแล้ว ขณะที่โรงกลั่นอีก 5 โรงกำลังทยอยเพิ่มกำลังการผลิต ส่งผลให้ความต้องการและราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทั้งราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ คาดเป็นผลจากโรงกลั่นในสหรัฐฯ กลับมาผลิตได้ตามปกติ ซัพพลายน้ำมันสำเร็นรูปเพิ่มขึ้น









