บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า "33.05 บาทต่อดอลลาร์" หลังสหรัฐเลื่อนขยับขี้นเพดานหนี้ ตลาดคลายกังวลกลับมาซื้อบอนด์ทั่วโลก
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.05บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับ 33.07 บาทในช่วงปิดสิ้นวันก่อน
ตลาดเงินในคืนที่ผ่านมายังคงเป็นการ “ขายดอลลาร์ข้างเดียว” ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 33 เดือนที่ระดับ 1.20 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป “คงนโยบายการเงิน” และให้ความเห็นว่าในสองจุดหลักคือนโยบายการเงินจะยังอยู่ในระดับผ่อนคลายต่อไป ขณะที่กำลังจะมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการปรับเปลี่ยนด้านขนาดและระยะเวลาการทำ Asset Purchase Program ในเดือนตุลาคม ส่วนที่ 2 คือ ECB มองว่าค่าเงินยูโรที่แข็งค่าจากปัจจัยภายใน (เช่นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ) จะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของยุโรปในอนาคตมากนัก และเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง
ขณะที่ฝั่งสหรัฐ ทำเนียบขาวสามารถ “เลื่อน” การขึ้นเพดานหนี้ออกไปได้จนถึงช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวล และกลับมาซื้อบอนด์ทั่วโลกอีกครั้ง
ในมุมของตลาดการเงิน มองว่าค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเทียบกับทุกสกุลยังเป็นแนวโน้มหลักของตลาด ไม่เพียงปัญหาความไม่สงบของการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศของสหรัฐ แต่ภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจชะลอตัวจากเฮอริเคนฮาร์วีย์ที่พึ่งสงบไป และเฮอร์ริเคนเออร์มาที่กำลังพัดเข้าสู่ชายฝั่งฟลอริดาในสัปดาห์นี้
สั่งตลาดเงินเอเชีย แทบทุกสกุลเงินแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์เช่นกัน โดยในสัปดาห์นี้สกุลเงินมาเลเซียริงกิตแข็งค่ามากที่สุดถึง 1.98% ใกล้เคียงกับค่าเงินเยนญี่ปุ่น (+1.90%) และนิวซีแลนด์ดอลลาร์ (+1.52%) เป็นแนวโน้มที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดกลับเข้าลงทุนในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน
เงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียอื่น แต่ในระยะสั้นเรามองว่ามีโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าต่อได้ตามภูมิภาคไม่ยากมองกรอบเงินดอลลาร์ที่ระดับ 33.02-33.12 บาท/ดอลลาร์









