วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่าบาท 'แข็งค่า' สหรัฐเลื่อนขึ้นเพดานหนี้

บาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่า "33.05 บาทต่อดอลลาร์" หลังสหรัฐเลื่อนขยับขี้นเพดานหนี้ ตลาดคลายกังวลกลับมาซื้อบอนด์ทั่วโลก

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.05บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับ 33.07 บาทในช่วงปิดสิ้นวันก่อน

ตลาดเงินในคืนที่ผ่านมายังคงเป็นการ “ขายดอลลาร์ข้างเดียว” ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 33 เดือนที่ระดับ 1.20 ดอลลาร์/ยูโร หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป “คงนโยบายการเงิน” และให้ความเห็นว่าในสองจุดหลักคือนโยบายการเงินจะยังอยู่ในระดับผ่อนคลายต่อไป ขณะที่กำลังจะมีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการปรับเปลี่ยนด้านขนาดและระยะเวลาการทำ Asset Purchase Program ในเดือนตุลาคม ส่วนที่ 2 คือ ECB มองว่าค่าเงินยูโรที่แข็งค่าจากปัจจัยภายใน (เช่นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ) จะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของยุโรปในอนาคตมากนัก และเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง

ขณะที่ฝั่งสหรัฐ ทำเนียบขาวสามารถ “เลื่อน” การขึ้นเพดานหนี้ออกไปได้จนถึงช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวล และกลับมาซื้อบอนด์ทั่วโลกอีกครั้ง

ในมุมของตลาดการเงิน มองว่าค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเทียบกับทุกสกุลยังเป็นแนวโน้มหลักของตลาด ไม่เพียงปัญหาความไม่สงบของการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศของสหรัฐ แต่ภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจชะลอตัวจากเฮอริเคนฮาร์วีย์ที่พึ่งสงบไป และเฮอร์ริเคนเออร์มาที่กำลังพัดเข้าสู่ชายฝั่งฟลอริดาในสัปดาห์นี้

สั่งตลาดเงินเอเชีย แทบทุกสกุลเงินแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์เช่นกัน โดยในสัปดาห์นี้สกุลเงินมาเลเซียริงกิตแข็งค่ามากที่สุดถึง 1.98% ใกล้เคียงกับค่าเงินเยนญี่ปุ่น (+1.90%) และนิวซีแลนด์ดอลลาร์ (+1.52%) เป็นแนวโน้มที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดกลับเข้าลงทุนในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน

เงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียอื่น แต่ในระยะสั้นเรามองว่ามีโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าต่อได้ตามภูมิภาคไม่ยากมองกรอบเงินดอลลาร์ที่ระดับ 33.02-33.12 บาท/ดอลลาร์