ตลาดแกว่งตัวสร้างฐาน ในกรอบ 1610-1625 จุด
เราคาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบ 1610-1625 จุด บรรยากาศตลาดหุ้นโลกและเอเชีย คาดได้รับจิตวิทยาเชิงลบ จากการที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งสหรัฐฯถือเป็นภันคุกคามอย่างยิ่งและได้ประกาศคว่ำบาตรทางการค้า และสหประชาชาติเรียกประชุมด่วนวันนี้เพื่อถกถึงนโยบายรับมือ ซึ่งในระยะสั้นจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งสินค้าใหม่ TFEX Gold-D (อนุพันธ์ล่วงหน้าทองคำอิงเหรียญสหรัฐฯ ชำระเป็นเงินบาท และสามารถเลือกว่าจะรับมอบสินค้าจริงหรือไม่) จะเริ่มซื้อขายวันนี้ การเก็งกำไรช่วงสั้นเน้นเลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่ Laggard กว่าตลาด อาทิ PTT, TCAP, LH, CPALL, SCB, PTTEP, CPF, BANPU, BDMS, ROBINS, TRUE, KCE, PTG ภาพใหญ่เรายังชอบหุ้นที่แข็งกว่าตลาด อย่าง โรงกลั่น (ค่าการกลั่นสูง/การปิดซ่อมโรงกลั่นใหญ่/เฮอร์ริเคน) TOP PTTGC BCP IRPC ESSO*/ ถ่านหิน (ราคาถ่านหินเข้า high season) BANPU LANNA* / หุ้นที่ได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้นอย่างกลุ่มประกัน อาทิ TIP* BLA* / หรือมีประเด็นเฉพาะตัวอย่าง TPOLY* TLUXE* MACO* TMILL* ECF* PPS* BFIT* FER* / หุ้นที่เข้าคำนวณใน FTSE อย่าง EA* และ WORK / ปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ IVL TU / ประมูลรางคู่ช่วงนี้ CK STEC
ภาพรวมกลยุทธ์: มีโอกาสแกว่งตัวสร้างฐานบริเวณ 1610 การเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ยังมีการถือครองน้อย ราคาไม่แพงเกินไป และมีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 3/60 และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ TOP, AMATA, CHOW*
ประเด็นการลงทุน
โภคภัณฑ์ – ราคาน้ำมันปิดบวกจากปัจจัยลบของพายุฮาร์วีย์ที่เริ่มผ่อนคลายลง / แนวโน้มราคาโลหะยังคงเพิ่มขึ้นจากภาคการผลิตที่แข็งแกร่งและการปฏิรูปอุปทานอย่างต่อเนื่องของจีน / ราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ทรงตัว / ค่าระวางเรือ (BDI) ปิดที่ 1,183.00 จุด (-0.08%) / ถ่านหิน Newcastle ปิดที่ 95.80 เหรียญ/ตัน (+0.52%) / ทองคำพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือนหลังเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์
คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ – ประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังพิจารณาระงับการค้าทุกรูปแบบกับประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือที่รุนแรงขึ้น โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังเกาหลีเหนือทำการทดสอบนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 6 วานนี้
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ – ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. ต่ำกว่าคาด (+156,000 ตำแหน่ง vs คาด 180,000 ตำแหน่ง) / อัตราการว่างงานเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด (+4.4% vs คาด 4.3%) / รายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 2.5% YoY / การใช้จ่ายภาคก่อสร้างเดือน ก.ค. ปรับลง 0.6% ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน / ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค. ต่ำกว่าคาด (96.8 vs 97.4)
รายได้คนไทยไม่ขยับ – ธนาคารไทยพาณิชย์เผย เศรษฐกิจไทยแบ่งเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน โดยส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ (การส่งออก, การท่องเที่ยว) ฟื้นตัวต่อเนื่องตามเศรษฐกิจโลก แต่ภายในประเทศ (การบริโภคภาคเอกชน) ชะลอตัวจากคนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจดีจริง
เงินเฟ้อไทย – อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค. อยู่ที่ 100.64 ขยายตัว 0.32% YoY และ 0.11% MoM โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศเป็นหลัก
CHOW (Not rated) - ขาย 2 โครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ Ibaraki กำลังการผลิต 1.17 MW และ Oita กำลังการผลิต 3.26 MW รวม 4.43 เมกะวัตต์ เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่น รับรู้รายได้ทันทีกว่า 622 ลบ. ช่วยลดความกังวลและเสี่ยงผิดนัดชำระ BE อย่างมาก
ประเด็นติดตาม: 1-5 ก.ย. - ประมูลรางคู่ในหลายเส้นทาง / 31 ส.ค. - ธปท.ผลักดันมาตรฐานกลาง QR code เพื่อการชำระเงิน /16 ก.ย. ภาษีสรรพสามิตใหม่ / 18 ก.ย.- ศาลนัดไต่สวนแผนฟื้นฟู EARTH
แนวรับ 1610/แนวต้าน : 1620-1625 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)
หุ้นแนะนำ
- TOP (98) : ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งจากค่าการกลั่น (GRM )ไตรมาส 3 ที่ยืนเหนือ 8 เหรียญ/บาร์เรล นอกจากนี้ GRM ยังได้แรงหนุนจากการปิดซ่อมโรงกลั่นจำนวนมากในช่วง ส.ค.-ก.ย. และพายุเฮอร์ริเคนกระทบกับโรงกลั่นและกำลังการผลิตในสหรัฐฯ **ค่าการกลั่นสิงคโปร์ล่าสุดอยู่ที่ 10.56 เหรียญฯ**
- AMATA (21) : ผลการดำเนินงานเข้าสู่ช่วงแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง ขณะที่กฎหมาย EEC เข้าพิจารณา ก.ย. และน่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี เป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยา
- CHOW (5) : การขายโรงไฟฟ้า 2 แห่งรวม 4.43MW 622 ลบ. คาดมีกำไรราว 150 ลบ. และทำให้บริษัทมีความหลากหลายในการจัดหาสภาพคล่องสูงขึ้น ขณะที่เหลือ BE เพียง 450 ลบ.
- หุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ: BFIT* / ECF* / FER* / GUNKUL* / ACAP* / EA*/ AMANAH*






