วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค้าปลีกโหมออนไลน์ชิงเม็ดเงิน‘แสนล้าน’

ค้าปลีก พลิกกลยุทธ์รับเทรนด์ผู้บริโภค 4.0-โลกการค้าดิจิทัล  เร่งเสริมแกร่ง “ขายออนไลน์” ควบออฟไลน์ สานกลยุทธ์ “ออมนิแชนแนล” สร้างความได้เปรียบเข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง ชิงเม็ดเงิน “แสนล้าน” โตสูง 15-20% จับตาเซ็นทรัลผนึกเจดีดอทคอมหนุนตลาดแข่งเดือด

ในยุคดิจิทัลที่ผู้ซื้อมีทางเลือกจำนวนมากและมีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีมากขึ้นนับเป็นแรงกดดันของผู้ประกอบการที่จะต้องเร่งปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ สร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า พัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทันสมัยและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้น  ส่งผลให้เกิดความนิยมจับจ่ายสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นทั้งบนสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต เป็นอย่างมาก 

เทรนด์ค้าปลีกมุ่งสู่แพลตฟอร์มการค้าแบบออมนิแชนแนล (Omni-channel) ผู้ประกอบการค้าปลีกมีการผสานเชื่อมโยงหลากหลายช่องทาง (Multi-channel) นำเสนอเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่มีความต้องการเข้าถึงสินค้าและบริการได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความสะดวกหรือความต้องการในช่วงเวลานั้นๆ 

 “ชอปปิงออนไลน์ก้าวเข้ามาอย่างเต็มตัวและเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งค้าปลีกออนไลน์ของห้างต่างๆ และช่องทางมาร์เก็ตเพลส ขณะที่ตลาดค้าปลีกที่มีร้านค้าหรือที่เรียกว่าออนกราวด์ หรือ ธุรกิจออฟไลน์ เติบโตในระดับ 3%  เท่านั้น”

ชิงตลาด'แสนล้าน' 

ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกค้าส่งประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ  3.1 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนของร้านค้าปลีก (ออฟไลน์) ราว 3 ล้านล้านบาท อีก 1 แสนล้านบาท เป็นมูลค่าตลาดออนไลน์ ซึ่งแต่ละปีเติบโตสูง 15-20%  ต่อเนื่องทุกปี ในอนาคตจะขยับสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

“ค้าปลีกเปลี่ยนสู่ระบบดิจิิทัลชัดเจนขึ้น ผู้ซื้อจะซื้อที่ไหน เวลาไหนก็ได้ ดังนั้นผู้ประกอบการที่สามารถรองรับความต้องการและเข้าถึงลูกค้าได้ทุกช่องทางย่อมได้เปรียบสูงในการช่วงชิงตลาด แต่ออนไลน์ไม่ได้มาแทนที่ออฟไลน์เป็นการต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งเชิงธุรกิจมากกว่า” 

นายนพดล ชูกลิ่น กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูกชั่นส์ จำกัด กล่าวว่า ค้าปลีกแบบออฟไลน์และออนไลน์จะถูก “ต่อยอด” ซึ่งกันและกันมากขึ้น  หากพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้มือถือเข้าถึงระบบ 4จี มากกว่า 40 ล้านคนจากประชากรไทย 70 ล้านคน เป็นองค์ประกอบสำคัญทำให้ธุรกิจต้องเร่งปรับกลยุทธ์ไปตามแนวโน้มลูกค้าที่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปตามพัฒนาการของเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยความสะดวกต่างๆ 

“โลกดิจิทัลไม่ได้ทำให้ร้านค้าปลีกหายไป แต่อาจจะต้องปรับบทบาทตัวเอง โดยเฉพาะพนักงานขายจะต้องทำหน้าที่เสมือนที่ปรึกษา สามารถแนะนำผู้ซื้อ ซึ่งมีความรู้มากขึ้นจากข้อมูลข่าวสาร”

ออนไลน์ต่อยอดออฟไลน์

จะเห็นว่า บรรดาผู้ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทั้งเซ็นทรัล เดอะมอลล์ สยามพิวรรธน์  เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ฯลฯ ต่างเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ นักวิเคราะห์ในตลาดค้าปลีก กล่าวว่า ชอปปิงออนไลน์ นับเป็นธุรกิจใหม่ในไทย ผู้ประกอบการไม่มีความเชี่ยวชาญมากนัก ถือว่าอยู่ในช่วง “เรียนรู้” และสร้างความพร้อมของตลาดตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสินค้า การชำระเงิน ฯลฯ

“ช้อปออนไลน์เป็นเทรนด์ที่ปฎิเสธไม่ได้ แม้มีการขยายตัวสูงแบบก้าวกระโดดในแต่ละปี แต่ในเชิงของมูลค่ายังถือว่าน้อยมาก ผู้ประกอบการแต่ละรายมียอดขายจากออนไลน์ระดับ 1% เท่านั้น”

อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสนใจและน่าจับตาสำหรับแผนเจรจาความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและเจดีดอทคอม(jd.com) อีคอมเมิร์ซอันดับ 2 ของจีนในการรุกตลาดออนไลน์ในไทยและภูมิภาคอาเซียนจะสร้างแรงกระเพื่อมในสมรภูมิขายออนไลน์ไม่น้อยเพราะเป็นการทำตลาดเจาะตรงผู้บริโภคของผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่มีความได้เปรียบของฐานข้อมูลและเข้าใจความต้องการของลูกค้าเชิงลึกอยู่แล้ว

วางโรดแมพหนุนเติบโต

ปีนี้ กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ ดิจิทัล เซ็นทราลิตี้ (Digital Centrality) เป็นโรดแมพให้ทุกธุรกิจในเครือขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันภายใต้ภารกิจพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อ “ต่อยอด-เชื่อมโยง” ลูกค้าในไทยและทั่วโลกแบบไร้รอยต่อด้วยช่องทางหลากหลายทั้งออฟไลน์ออนไลน์ หรือ ออมนิแชนแนล

โดยเฉพาะธุรกิจเรือธงอย่างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ​วางแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจ 5 ปีจากนี้มุ่งสู่ Central The Innovative Department Store  เชื่อมต่อระหว่างการชอปปิงในห้างและชอปปิงออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อสามารถชอปปิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ www.central.co.th ที่ได้ถูกพัฒนาให้เปรียบเสมือน “หนึ่งสาขา” ของห้างเซ็นทรัล ตั้งเป้าหมายยอดขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์นี้จะเพิ่มจาก 1% เป็น 15%  ของยอดขายรวมภายใน 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ทุกธุรกิจค้าปลีกในเครือเซ็นทรัล ไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เพาเวอร์บาย ซูเปอร์สปอร์ต ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ต่างขานรับนโยบายดิจิทัล เซ็นทราลิตี้ ขยายช่องทางขายออนไลน์ต่อยอดเครือข่ายร้านค้าเพื่อเข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มเดอะมอลล์ อยู่ระหว่างจัดทัพธุรกิจ “ช้อปออนไลน์” ให้มีความพร้อม 100% ทั้งในเชิงผู้ขายและผู้ซื้อ รองรับการเติบโตในอนาคต