กำไร 2H60 จะยังโตร้อนแรง ยืนยันประมาณการเดิม
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตเป็นประวัติการณ์กว่า 1,200%YoY : กำไร 2Q60 ที่ผ่านมา พุ่งเป็นจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ 31 ล้านบาท เติบโต 8%QoQ และ 1,200%YoY จากรายได้รวมเติบโต 172%YoY หลังการรวมงบจาก CM เป็นไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าของเดิมมาก คือที่ราว 23 – 25% มาอยู่ที่ 30 – 38% กอปรกับการมีต้นทุนสินค้าที่ลดต่ำลง หลังมีการทยอยจำหน่ายสินค้าจากสต๊อกสินค้าเดิมที่ต้นทุนสูงขึ้นจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (หลังจากการเริ่มควบรวมงบการเงินกับ CM) ไปค่อนข้างมากแล้วในงวด 1Q60 หนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 22.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 28.3% ขณะที่อัตราส่วนค่าใช่จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 21.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 17.4% จากการใช้ Facility ร่วมกันมากขึ้น โดยยังปรับตัวลดลงจากงวด 1Q60 ที่ 18.5%
- ต้นทุนต่ำลงจากค่าเงินบาทแข็งค่า และการเข้าสู่ช่วง High season ตั้งแต่ 3Q60 ถึงต้น 4Q60 อาจหนุนกำไรโตมากกว่าคาด : ช่วง 2H60 ผลประกอบการของ HARN จะยังมีโอกาสเติบโตโดดเด่นมากกว่าคาดไปอีกมากจากหลายปัจจัย คือ 1) Backlog เพื่อเตรียมส่งมอบตั้งแต่สิ้นงวด 2Q60 ทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ 400 ล้านบาท เทียบกับงวด 1Q60 ที่ 300 ล้านบาท 2) ต้นทุนสินค้าที่ต่ำลง จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า (-16% QTD) และสต๊อกสินค้าเดิมที่มีต้นทุนสูงดังกล่าวถูกจำหน่ายออกไปหมดแล้วในงวด 2Q60 3) การเข้าสู่ช่วง High season ของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งส่งมอบงานของกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมา หนุนยอดขายกลุ่มเครื่องดับเพลิง และการเปิดสาขาใหม่ของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ “7-11” ซึ่ง HARN เป็นผู้จัดจำหน่ายเครื่องทำความเย็นรายหลัก
- เชื่อมั่นว่า การ Cross-selling / ลดค่าใช้จ่าย จะเป็น Synergy สำคัญหนุนกำไรให้เติบโตต่อเนื่องในระยะกลาง คงกำไรปี 60 โต 6 เท่าตัว : นอกเหนือจากประเด็นบวกดังกล่าว ยัง Synergy effect จากการ Cross-selling ของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มลูกค้าซึ่งกันและกัน และยังมีโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศช่วยหนุนการเติบโตในระยะกลาง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามผลการดำเนินงานก่อนเพิ่มการลงทุนให้เป็นรูปธรรม และยังมีแผนก่อสร้างโกดังมาทดแทนของเดิมที่เช่า ภายใต้สถานะการเงินที่ยังดีเยี่ยมด้วย D/E Ratio ที่ 0.33 เท่า ทั้งนี้ กำไร 1H60 คิดเป็น 55% ของประมาณการ ตามหลักอนุรักษ์นิยม จึงยังคงประมาณการตามเดิม เติบโต 160%YoY มาอยู่ที่ 105 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังที่เติบโตมากกว่าคาดอาจนำไปสู่การปรับเพิ่มประมาณการ
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.00 บาท Upside 13 % : ยังคงยืนยัน “ซื้อ” ด้วยความมั่นใจในการเติบโตของกำไรในช่วงที่เหลือของปีอย่างร้อนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับราคาพื้นฐานขึ้น เบื้องต้นยังคงเดิมอยู่ที่ 00 บาท และยังคาดหวังผลตอบแทนเงินปันผลอีกราว 4.3%
ปัจจัยสนับสนุน
- สินค้าชนิดใหม่หนุนกำไรโตในระดับสูงสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2560
- สถานะการเงินดีเยี่ยมด้วย D/E Ratio ที่ 0.33 เท่า (สิ้นงวด 2Q60) และไร้ภาระหนี้สินที่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
ความเสี่ยง
- การขยายตลาดไปยังต่างประเทศไม่เป็นไปตามคาด
- การลดค่าใช้จ่ายล่าช้ากว่าคาด








