หลักทรัพย์บัวหลวง วิเคราะห์ตลาดหุ้นตลอด"เดือนก.ย."อาจแกว่งตัวในรูป “ขาขึ้น” แต่ระยะสั้นอาจพักตัว ส่วนระยะกลางมีลุ้นสร้างสถิติใหม่สู่ “แนวต้าน 1,640 จุด”
นายธนรัตน์ อิศรกุล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค หลักทรัพย์บัวหลวง สรุปผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยประจำเดือนส.ค.ที่ผ่านมาว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,626.22 จุด ต่ำสุดที่ 1,556.22 จุด ซึ่งหุ้นที่ “ชนะตลาด” คือ BCP ส่วนหุ้น “แพ้ตลาด” คือ INTUCH ,CHG และ PTTEP
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในเดือนก.ย.นี้ คาดว่าจะแกว่งตัวรูปแบบ “ขาขึ้น” แต่เนื่องด้วยความร้อนแรงของดัชนีหรือภาพ Overbought ในเครื่องมือทางเทคนิค ทำให้แนวโน้มระยะสั้นดัชนีอาจลงมาพักตัวสร้างฐานใหม่บริเวณแนวรับ 1,590-1,600 จุด แล้วถึงจะปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง
ดังนั้นแนะนำให้เลือกใช้ Parameter ให้เหมาะสมกับภาวะตลาดที่เป็นขาขึ้นดังต่อไปนี้ 1.Moving average ดัชนีปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยบริเวณ 1,575 จุด (75-days EMA) 2.RSI บ่งชี้ว่าตลาดถูก (RSI<30) หรือแพง (RSI>70) ปัจจุบันให้ค่าที่ RSI 64
3.ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมใหญ่รูปแบบ Symmetrical triangle ระยะเวลา 8 เดือน ส่งผลให้ต้นทุนค่าเฉลี่ยอยู่บริเวณ 1,570 จุด ดังนั้นการทะลุเทรนด์ดัชนีมักจะขึ้นได้แรง 4.เครื่องมือทางเทคนิคที่บอกสัญญาณเปลี่ยนรอบเป็นขึ้น เช่น MACD ,Stochastic Bollinger band ,Fibonacci ratio, Volume ให้ผลลัพธ์ชี้ไปในทิศทางบวก
“การวิเคราะห์จากเครื่องมือดังกล่าวชี้ว่า ดัชนีเดือนก.ย.นี้ มีแนวโน้มพักตัวระยะสั้น เนื่องจากความร้อนแรงของดัชนีที่พุ่งขึ้น ขณะที่แนวโน้มระยะกลางมองทิศทางขาขึ้น และมีลุ้นทำสถิติใหม่สู่แนวต้าน 1,640 จุด แนวรับ 1,590-1,600 จุด”
สำหรับกลยุทธ์การเทรดภาวะตลาดที่แนวโน้มขาขึ้น แนะนำหุ้นที่เกิดสัญญาณปรับตัวขึ้นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาด โดยใช้ Parameter หลัก คือ 1.หุ้นที่สามารถรองรับกับกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้า หุ้นที่มีสภาพคล่อง 2.หุ้นที่อยู่ในกลุ่มผู้ตาม Follow trend อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ตามหุ้นกลุ่มนำตลาด ซึ่งราคาปรับขึ้นมาแล้วตั้งแต่ปลายเดือนส.ค.
3.หุ้นที่แสดงความแข็งแกร่งจากค่า RSI เพิ่มขึ้น, ราคาทะลุแนวต้านย่อย ,สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น Pivot point ,ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น-กลาง Golden cross 4.MACD แสดงระดับต่ำสุดที่สูงขึ้นและตัดเส้น Signal line ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก 5.กำหนดจุด Stop loss หากหุ้นไม่เป็นไปตามคาด
4 หุ้นเข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไข
หลักทรัพย์บัวหลวง ยืนยันว่า หุ้นที่เข้าเกณฑ์ตามเงื่อนไขที่ให้ไว้ ประกอบด้วย หุ้น COM7 ราคาเป้าหมาย 15.5 บาท จุด Stop loss 12.5 บาท ราคาหุ้นส่งสัญญาณฟื้นตัวบนจุดแนวรับสำคัญ 12 บาท ขณะที่ค่า Stochastic กำลังเกิดสัญญาณซื้อรอบใหม่
หุ้น WHAราคาเป้าหมาย 3.6 บาท จุด Stop loss 3 บาท โครงสร้างหลักอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมขาขึ้น Symmetrical กรณีทะลุจะส่งผลให้หุ้นเปลี่ยนรูปแบบเป็นขาขึ้นรอบใหม่ หนุนด้วยวอลุ่มคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นตาม
หุ้น BJC ราคาเป้าหมาย 56 บาท จุด Stop loss 48 บาท ปัจจุบันหุ้นสามารถดีดขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 5 เดือน ขณะที่เครื่องมือ Bollinger band บ่งชี้ถึงทิศทางขาขึ้นเมื่อราคาปิดเหนือเส้นกลาง พร้อมกับค่า RSI แสดงความแข็งแกร่งด้านราคา
สุดท้าย คือ หุ้น SAMART ราคาเป้าหมาย 16 บาท จุด Stop loss 13 บาท เรากำลังมองหาจุดกลับตัวเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงจากจุดยอดที่ 40 บาท ปัจจุบันหุ้นสร้างฐานแข็งแกร่งบริเวณ 13 บาท ขระที่ราคาปิดกราฟรายเดือนถูกดันขึ้นปิดสูง ลุ้นดีดขึ้นจากแนวรับ
อย่างไรก็ดีสำหรับนักลงทุนที่สนใจสร้างโอกาสลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ทั้ง 100 บริษัทแบบง่ายๆ เพราะเริ่มลงทุนเพียง 20,000 บาท สามารถจองซื้อ กองทุนเปิด BSET100ของ บลจ.บางกอกแคปปิตอล จำกัด ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนตามดัชนี SET100 Total Return Index
โดยได้เสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. - 4 ก.ย. 2560 (เฉพาะวันที่ 4 ก.ย.2560 รับจองถึง 12.00 น.) สนใจสอบถามรายละเอียดที่ บลจ.บางกอกแคปปิตอล 02-618-1599 หรือ บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง 02-618-1000,02-618-1111
BSET100 เป็นกองทุนรวม ETF โดย บลจ.บางกอกแคปปิตอล จำกัด บริษัทลูกของ บมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้ออก และบมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง เป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง ผู้ลงทุนจะต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน









