วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนข. จัดเวทีรับฟังความเห็น ปรับแนวเส้นทาง Hi-Speed สายใต้

สนข.จัดเวทีรับฟังความเห็น ปรับแนวเส้นทาง Hi-Speed สายใต้ ชูเส้นทาง กรุงเทพฯ–หัวหิน–ปาดังเบซาร์ เสริมศักยภาพการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ส.ค. 60 น. ห้องประชุมวิทยาภิรมย์ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจังหวัดเพชรบุรี (งานแก้ไขแนวเส้นทางที่จังหวัดเพชรบุรี) โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยมีนางวันเพ็ญ มังศรี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน เพื่อนำเสนอรายละเอียดการออกแบบงานแก้ไขแนวเส้นทาง ตลอดจนมาตรการป้องกัน และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนเข้าร่วม 200 คน

นางวันเพ็ญ มังศรี กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของจังหวัดเพชรบุรีกำหนดไว้ว่า “เมืองเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ และเมืองน่าอยู่ น่ากิน น่าเที่ยวระดับประเทศ” และเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนแผนการพัฒนาจากภาครัฐนอกจากนี้ ยังต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน

“การประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้รับทราบข้อมูล และได้แสดงความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ประกอบในผลการศึกษาให้โครงการเกิดประโยชน์ต่อส่วนร่วมได้อย่างสูงสุด” นางวันเพ็ญ มังศรี กล่าว

นายนพดล สงทุ่ง รองผู้จัดการโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หัวหิน กล่าวว่าโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หัวหิน เป็นหนึ่งในเส้นทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบใหม่ของกระทรวงคมนาคม ที่ชี้นำการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ กระทรวงคมนาคม จึงมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินงานศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการ โดยจัดทำแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2556 และล่าสุดได้มีการปรับแนวเส้นทางใหม่ช่วงเลี่ยงเมืองเพชรบุรี เพื่อลดปัญหาการใช้เขตทางหลวง และเกิดผลกระทบต่อระดับการให้บริการของโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ช่วงเขาวังถึงห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เพชรบุรี ระยะทางประมาณ 4.5 กม.

แนวเส้นทางใหม่จะใช้พื้นที่เขตทางรถไฟเดิมเป็นหลัก ยกเว้นบางช่วงจำเป็นต้องมีการปรับแนว เพื่อให้รถไฟสามารถทำความเร็วได้อย่างปลอดภัย โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการจากสถานีกลางบางซื่อ ใช้แนวเส้นทางของรถไฟสายใต้ผ่านสถานีนครปฐม สถานีราชบุรี แต่เมื่อเข้าสู่อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรีแล้ว แนวเส้นทาง จะเบี่ยงออกจากแนวเส้นทางรถไฟสายใต้ บริเวณตำบลบางจาก เข้าสู่สถานีเพชรบุรี ที่ตำบลธงชัย หลังจากนั้นได้มีการปรับแนวเส้นทางจากเดิมในช่วงบริเวณตำบลธงชัย (กม.150+000) ที่ใช้แนวเกาะกลางถนนเพชรเกษม ไปใช้พื้นที่ว่างด้านฝั่งตะวันตกของถนนเพชรเกษมแทน แล้วเข้าสู่แนวเส้นทางรถไฟสายใต้อีกครั้ง บริเวณสถานีหนองไม้เหลือง (กม.168-500) เป็นระยะทางที่ปรับแนวเส้นทางประมาณ 18 กม. จากนั้นมุ่งลงใต้สู่อำเภอชะอำ และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 209 กม.

นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบให้มีระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียและของเสียจากผู้โดยสาย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนน้ำเสีย และของเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะแม่น้ำเพชรบุรี,การออกแบบโครงสร้างทางยกระดับให้มีความโปร่งบาง และลดการบดบังหรือคุณค่าของแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณสถานโดยรอบ,การจัดการจราจรในพื้นที่ช่วงที่มีการก่อสร้าง,การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ชดเชยให้ผู้เสียผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ–หัวหิน ในอนาคตจะมีการพัฒนาขยายแนวเส้นทางไปยังปาดังเบซาร์ ซึ่งหากโครงการพัฒนาแล้วเสร็จ ในปี 2572 คาดว่าน่าจะมีผู้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูง สาย กรุงทพฯ–หัวหิน–ปาดังเบซาร์ ถึง 15.19 ล้านคนต่อปี ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถ ถึง 18.223.11 ล้านบาทต่อปี