ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลัง Baker Hughes เผยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ปรับลง 5 แท่น
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลัง Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 ส.ค. 60 ปรับลดลงจำนวน 5 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 763 แท่น ซึ่งเป็นผลตอบรับระดับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงในช่วงก่อนหน้า
+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุน จากปริมาณอุปทานน้ำมันดิบสหรัฐ ที่เริ่มส่งสัญญาณถึงภาวะตึงตัวหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีการรายงานการปรับลดของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ กว่า 8.95 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ในปัจจุบันอยู่ที่ 466.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าระดับในปี 59
- แม้ว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ จะมีแนวโน้มปรับลดลง แต่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 60 และ 61 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าปริมาณการผลิตในปี 59 ที่ระดับ 8.9 ล้านบารร์เรลต่อวัน
+ ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของไนจีเรียในเดือน ต.ค. 60 มีการคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.72 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน และนับเป็นระดับที่ต่ำกว่าแผนการส่งออกในเดือน ส.ค. และ ก.ย. ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่คาดว่าจะมีสภาวะตึงตัว หน่วยผลิตน้ำมันเบนซินของโรงกลั่นในประเทศจีนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ส่งผลให้จำเป็นต้องมีการหยุดดำเนินการหน่วยดังกล่าวอย่างกะทันหัน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่ตึงตัวขึ้นหลังโรงกลั่นในออสเตรเลียหยุดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และอุปสงค์คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะซบเซาซึ่งเป็นผลจากความต้องการใช้ที่ปรับลดลงในช่วงฤดูฝน
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน หลังโรงกลั่นในสหรัฐ เพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศและภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าน้ำมันดิบที่คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ส.ค. ปรับลดลง 6.5 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่ระดับ 475.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล
- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่อง โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 768 แท่น ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่สองในรอบสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหลังกลุ่มประเทศสมาชิกในข้อตกลงได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คาซัคสถาน และมาเลเซียแสดงเจตจำนงพร้อมที่จะเพิ่มความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตให้เป็นไปตามข้อตกลง นอกจากนี้ ซาอุดิอาระเบียประกาศลดการส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ก.ย. ลงประมาณ 520,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะปรับลดการส่งออกลงร้อยละ 10 ของการส่งออกทั้งหมด
----------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









