วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AAV - ถือ

กำไรไตรมาส 2/60 น่าผิดหวัง; คาดเติบโตเล็กน้อยในไตรมาส 3/60

ต่ำกว่าคาด

AAV รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 ที่ 171 ล้านบาท ลดลง 60% YoY และ 70% QoQ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/60 จะอยู่ที่ 141 ล้านบาท ลดลง 64% YoY และ 67% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด เนื่องจากค่าโดยสารเฉลี่ยและรายได้จากบริการเสริมต่ำกว่าคาด

ประเด็นหลักผลประกอบการ

ปัจจัยหลักเบื้องหลังการปรับตัวลดลงของกำไรหลัก ได้แก่ 1) ค่าโดยสารเฉลี่ยที่ลดลง (ลดลง 5% YoY และ 6% QoQ มาอยู่ที่ 1,476 บาท), 2) รายได้จากบริการเสริมที่ลดลง (ลดลง 3% YoY และ 5% QoQ มาอยู่ที่ 308 บาทต่อคน), 3) ราคาน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มสูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 11% YoY และ 3% QoQ มาอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล), 4) ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น, 5) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.4% จาก 7.9% ในไตรมาส 2/59 และ 8.2% ในไตรมาส 1/60 และ 6) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น เนื่องจากยอดสินเชื่อคงค้างที่สูงขึ้น ทั้งนี้จำนวนผู้โดยสารขยายตัวเพิ่มขึ้น 13% YoY แต่ลดลง 3% QoQ มาอยู่ที่ 4.7 ล้านคนเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว

แนวโน้ม

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ สำหรับอีก 3 ไตรมาสข้างหน้าไปจนถึงเดือน มี.ค. 2561 ซึ่งได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, การเปิดเส้นทางการบินใหม่จากประเทศจีนไปยังหัวเมืองรองของไทย และการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4/60-1/61 จากข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่า
จำนวนผู้โดยสารของ AAV ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4% QoQ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ดังนั้นเราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส3/60 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ (แต่ลดลง YoY เนื่องจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นและค่าโดยสารเฉลี่ยที่ลดลงจากการแข่งขันที่รุนแรง)

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ในขณะที่เรารวมกำไรพิเศษที่บันทึกในไตรมาส 2/60 เข้าไปในประมาณการกำไรสุทธิของปี 2560 แล้ว เราปรับลดสมมติฐานดังนี้ 1) จำนวนผู้โดยสารลดลง 3% มาอยู่ที่ 19.2 ล้านคน, 2) ค่าโดยสารเฉลี่ยลดลง 9% มาอยู่ที่ 1,503 บาท  และ 3) รายได้จากบริการเสริมลดลง 4% มาอยู่ที่ 311 บาทต่อคน ดังนั้นเราจึงปรับกำไรสุทธิปี 2560 ลดลง 35% มาอยู่
ที่ 1,133 ล้านบาท ดังนั้นเราจึงปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 มาอยู่ที่ 6.30 บาท (จาก 7.20 บาท) อ้างอิงจากPER ที่ 13 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 7 เท่า

คำแนะนำ

ในมุมมองของเรากำไรไตรมาส 2/60 ที่น่าผิดหวังอาจส่งผลเชิงลบในทางจิตวิทยาต่อราคาหุ้น นอกจากนี้การปรับลดประมาณการกำไรของตลาดอาจเป็นอีกปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น จากความคาดหวังของกำไรหลักที่น่าจะเติบโตเพียงเล็กน้อย QoQ ในไตรมาส 3/60 เราคิดว่าจะยังไม่มีปัจจัยหนุนราคาดหุ้นในระยะสั้น ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จาก ซื้อ ในกลุ่มขนส่งทางอากาศ เราชื่นชอบ AOT จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งกอปรกับมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไร