วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (8 ส.ค.60)

กังวลผลประกอบการไตรมาส 2 บจ.ไทย

คาดหุ้นไทยปรับตัวในกรอบแคบวันนี้ จากผลประกอบการ บจ.ไทยไตรมาส 2 ที่ออกไปในทางน่าผิดหวัง แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจทั้งโลก รวมทั้งของไทยด้วยจะออกมาแข็งแกร่ง และผลประกอบการ บจ.สหรัฐ และยุโรปจะออกมาดีมาก แล้วต่างก็หนุนตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ จุดสนใจหลักวันนี้ คือ ตัวเลขส่งออก – นำเข้าของจีน ที่ตลาดคาดว่าจะออกมาแกร่งขึ้นไปอีก ซึ่งน่าจะหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ภายในประเทศนักลงทุนให้ความสนใจตัวเลขผลประกอบการที่ยังไม่ได้ประกาศ มีลุ้น

หุ้นเด่นวันนี้: ANAN (ราคาปิด 5.10 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายของ AWS ที่ 7.40 บาท)

ANAN ประกาศงบการเงินไตรมาส 2/60 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ มีกำไรสุทธิ 279 ล้านบาท +33%YoYแสะ +99%QoQ มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 37% เทียบกับ 33% ในงวดไตรมาส 1/60 และ 35% ในไตรมาส 2/59 โดยรายได้การบริหารโครงการ JV มีมาร์จิ้นมากถึง 70% ยอดโอนในไตรมาส 2/60 รวมอยู่ที่ 2,741 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 3/60 คาดว่าจะมียอดโอนทั้งของ ANAN เองและของ JV เท่ากับ 3,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34%QoQ ส่วนไตรมาส 4/60 จะมียอดโอนเข้ามามากที่สุดถึง 16,389 ล้านบาท ดังนั้นกำไรหลักประมาณ 60% ของทั้งปีคาดว่าจะไปตกอยู่ในช่วงไตรมาส 4/60 เราคาด ANAN มีกำไรสุทธิปี 2560 เท่ากับ 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%YoY และกำไรสุทธิปี 2561 เท่ากับ 3,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46%YoY เราจึงเห็นว่า ANAN มีการเติบโตของกำไรสุทธิดีที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.06 บาท XD 18 ส.ค.60 เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 6.00 บาท เป็น 7.40 บาท โดยหันไปใช้ราคาเป้าหมายในปี 2561 ซึ่งอิงกำไรถัวเฉลี่ยระหว่างปี 2560 และ 2561 ซึ่งเท่ากับ 0.74 บาท ให้ค่า PER ที่ 10 เท่า ราคาปัจจุบันมี Upside 41% Price Pattern ของ ANAN ยังคงมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily & Monthly Buy Signal รอเพียงการกลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ก็จะทำให้ Price Pattern ของ ANAN เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างเต็มตัวอีกครั้ง โดยหาก Price Pattern ของ ANAN สามารถปิดตลาดรายสัปดาห์ได้เหนือ 5.15 บาท ก็จะทำให้กลับมาเกิด Weekly Buy Signal ครั้งใหม่ เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ ANAN บ่งบอกว่าจะได้เห็นการทำ New High โดยมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 5.90 บาท ทั้งนี้ ANAN มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 4.88 บาท (Resistance: 5.15, 5.20, 5.30; Support: 5.05, 4.92, 4.84)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• ทิลเลอร์สันเยือนไทยวันนี้ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว. ตปท. สหรัฐฯ จะมีการเยือนกรุงเทพฯวันนี้ และวางแผนที่จะหารือกับรัฐบาลไทยในหลายๆ เรื่อง เช่น ความมั่นคง การค้า และการลงทุน (บางกอกโพสต์)

• รัฐมนตรียังไม่เห็นผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ คาดเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น หนุนโดยการลงทุนจากต่างประเทศและเกินดุลการค้าของไทย ขณะที่มองว่าแนวโน้มส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปียังดูดีอยู่ เนื่องจากส่งออกส่วนใหญ่มาจากบริษัทขนาดใหญ่ และบริษัทเหล่านี้ได้มีการบริหารค่าเงินแล้ว (บางกอกโพสต์)

• จำนวน SME เพิ่มขึ้น จากผลสำรวจของ สสว. ในเบื้องต้น จำนวน SME ปีนี้เพิ่มขึ้น 238,000 ราย อยู่ที่ 3,004,679 ราย (+8.63% YoY) หนุนโดยมาตรการรัฐบาลในการส่งเสริมด้านต่างๆ เช่น ด้านการเงิน และความสามารถในการแข่งขัน (ไทยโพสต์)

• TU รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 1,411 ล้านบาท ลดลง 7.6%YoYจาก (1) ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น (2) ต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้น และ (3) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยบริษัทควบคุมต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนการขายและการบริหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ทำให้ครึ่งแรกของปี 2560 TU รายงานกำไรสุทธิ 2,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4%YoY และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.32 บาทต่อหุ้น (XD 18 ส.ค. 60) (efinancethai.com)

ต่างประเทศ:

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลงเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากไม่มีปัจจัยสำคัญ ๆ ดันตลาดก่อนการประมูลพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนจำนวนมากในสัปดาห์นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวลงอยู่ที่ 2.258% จากที่ระดับ 2.269% เมื่อวันศุกร์ (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อวันจันทร์ ก่อนการประกาศข้อมูลเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ซึ่งอาจส่งสัญญาณดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวจากที่อ่อนค่าในปีนี้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลง 0.1% สู่ระดับ 93.40 เทียบกับวันศุกร์ที่ปรับตัวขึ้น 0.75% (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกต่อเมื่อวันจันทร์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน 9 วัน ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นชดเชยกับหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลง และการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทต่าง ๆ กำลังจะสิ้นสุด (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปรับตัวลงวานนี้ เนื่องจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังและการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเฮลท์ถ่วงการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและทรัพยากรพื้นฐาน (Reuters)

เอเชีย:

• ญี่ปุ่นมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 9.35 แสนล้านเยน (8.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนมิ.ย.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเกินดุล 8.14 แสนล้านเยน เกินดุล 1.654 ล้านล้านเยนในเดือนพ.ค. และเกินดุล 9.77 แสนล้านเยนในเดือนเม.ย. ซึ่งสะท้อนว่าการค้าโลกปรับตัวดีขึ้นอย่างมั่นคง (Reuters)

• จีนประกาศดุลบัญชีเดินสะพัดเบื้องต้นเกินดุล 5.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 2/60 และดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุล 5.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลบัญชีเดินสะพัดเบื้องต้นของจีนในครึ่งแรกของปี 60 เกินดุล 7.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุล 1.36 หมี่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)

• จีนเต็มใจรับผลที่จะตามมาจากมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ของยูเอ็น เนื่องจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นกับเกาหลีเหนือ แต่จะบังคับให้เกาหลีเหนือปฏิบัติตามมติ จากการเปิดเผยของนายหวัง ยี่ รมต. กระทรวงการต่างประเทศจีน (Reuters)

• จีนจะเผยแพร่ตัวเลขการค้าเช้าวันนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะแข็งแกร่งต่อเนื่องทั้งส่งออกและนำเข้า และน่าจะช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันดิ่งวานนี้ เนื่องจากแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในลิเบียเริ่มกลับมาผลิตน้ำมันตามปกติอีกครั้ง และนักลงทุนกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐและกลุ่มโอเปก ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลง 5 เซนต์ (-0.1%) อยู่ที่ 52.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลง 19 เซนต์ (-0.4%) อยู่ที่ 49.39 ดอลลาร์ (Reuters)

• ราคาทองทรงตัว โดยไม่ได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนตัว เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 0.1% อยู่ที่ 1,259.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.01% อยู่ที่ 1,264.70 ดอลลาร์ (Reuters)