อินเด็กซ์ ครีเอทีฟโชว์ครึ่งปีแรกยอดโต 30% เปิดโปรเจคครึ่งปีหลัง “ครีเอทีฟ บิซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์”มาแรง ชูความคิดสร้างสรรค์รุกไลน์ธุรกิจใหม่เจาะตลาดในและต่างประเทศ มั่นใจปีนี้โกย 1,700 ล้านบาท
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมอีเวนท์ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา หลายธุรกิจเริ่มกลับมาโปรโมทสินค้าและบริการมากขึ้น ขณะที่นักการตลาดใช้งบประมาณจัดแคมเปญต่างๆ มากขึ้น แต่ธุรกิจที่โดดเด่น คือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ สังเกตได้จากมีคอนเสิร์ตทั้งในและต่างประเทศที่มีคิวจัดงานต่อเนื่องจนถึงปลายปี รวมถึงละครเวที และงานแสดงต่างๆ
รองลงมาเป็นด้านการเปิดตัวสินค้าและบริการต่างๆ ในธุรกิจหลากหลาย อาทิ อสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์ การธนาคาร เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งสินค้าแฟชั่น เป็นต้น เรียกว่ากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ด้วยโปรโมชั่นหลากหลาย
“จะเห็นภาพตลาดที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับสินค้าและบริการ สอดคล้องกับนโยบาย 4.0 ของประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกการเกิดขึ้นของผู้ประกอบหน้าใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ที่ใช้โอกาสนี้ในการแจ้งเกิดธุรกิจได้เป็นอย่างดี”
ดังนั้นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยอินเด็กซ์ฯ ได้ปรับตัวและยุทธศาสตร์ล่วงหน้า 6 ปี ตั้งแต่ปี 2554 เพื่อขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ โดยส่งออก “ความคิดสร้างสรรค์”ในการบริหารจัดการและสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ผนวกกับการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจใหม่
ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโต 30% เทียบปีก่อน โดยปีนี้ให้น้ำหนักกับกลุ่มธุรกิจครีเอทีฟ บิซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ให้บริการด้านการพัฒนา แบรนดิ้ง และสร้างประสบการณ์พิเศษ สู่การสร้างมูลค่าในรูปแบบของแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเทรนด์การทำธุรกิจที่มาแรงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดปีนี้ธุรกิจดังกล่าวเติบโตสูงที่สุดถึง 131% เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ
นายเกรียงไกร กล่าวว่าปัจจุบันลูกค้าของอินเด็กซ์ฯ มาจากหลากหลายวงการ เนื่องจากทั้งกลุ่มคอร์ปอเรท ภาคเอกชน และรัฐบาล ต้องการงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอย่างมีเอกลักษณ์ โดยใช้ Creativity-added ทำให้บริษัทมีแบ็คล็อกกว่า 10 โปรเจค ซึ่งอยู่ในขั้นตอน การพัฒนา ดีไซน์ ก่อสร้างและการบริหารจัดการ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้เรื่องแผนการตลาด
จากยุทธศาสตร์การขยายธุรกิจสร้างสรรค์และตลาดต่างประเทศที่ผ่านมา พบว่าสัดส่วนงานอีเวนท์ไม่ได้ลดลง แต่จะถูกนำไปปรับใช้ ในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งรูปแบบแหล่งท่องเที่ยว (Brand & Tourist Attraction) การพัฒนาคอนเซปต์และไอเดียใหม่ๆ โดยเป็นหนึ่งในวิธีการกระจายความเสี่ยงในด้านอื่นๆ จากจุดแข็งด้านความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงงานทีวีและมัลติมีเดีย โดยวางแผนบุกต่างประเทศผ่านกลยุทธ์คอนเทนท์ที่มีความเป็นสากล (Universal) มากขึ้น
ส่งผลให้สัดส่วน 3 กลุ่มธุรกิจ คือ ครีเอทีฟ บิซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ คิดเป็น 39% , กลุ่มมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส 56% และกลุ่มไอ-โปรเจค 5% มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มั่นใจสิ้นปีนี้สามารถทำรายได้ตามเป้า 1,700 ล้านบาท พร้อมเพิ่มสัดส่วนงานต่างประเทศเป็น 10%






