พีทีแอลทุ่ม "3พันล." ตั้งฐานผลิตอินโด หวังเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด-บริหารโครงสร้างต้นทุน
บอร์ดโพลีเพล็กซ์ไฟเขียวลงทุน 3.1 พันล้าน ตั้งโรงงานผลิตแผ่นฟิล์มเพ็ทในประเทศอินโดนีเซีย คาดแล้วเสร็จภายใน 1 ปีครึ่ง หวังเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งมีความต้องการฟิล์มเพ็ทจำนวนมาก และบริหารโครงสร้างต้นทุน
นายอมิต ปรากาซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) PTL กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัท อนุมัติตามมติคณะกรรมการตรวจสอบในการลงทุนโครงการใหม่ (GreenField) โครงการสายการผลิตแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบาง ในประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าลงทุนประมาณ 95 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,183 ล้านบาท
ประกอบด้วยเงินลงทุนในโครงการ จำนวน 80 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,680 ล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 15 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 503 ล้านบาท
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือการได้ส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศอินโดนีเซียเพิ่ม หลังจากที่เจาะตลาดในประเทศนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ประเทศอินโดนีเซียเป็นมีความต้องการแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบางค่อนข้างสูง เมื่อบริษัทจัดตั้งโรงงานในพื้นที่แล้ว จะสามารถเข้าถึงโอกาสในการเติบโตได้
นอกจากนี้ ยังคาดหวังถึงการบริหารโครงสร้างต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ เนื่องจากสายการผลิตแผ่นฟิล์ม PET ที่ผลิตได้สูงที่สุดในโลกและการทำธุรกิจต้นน้ำสายผลิตเม็ดพลาสติกและการเพิ่มมูลค่าจากธุรกิจปลายน้ำ อีกทั้งยังทำให้การส่งออกของกลุ่มบริษัทดีขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการภายในระยะเวลา 18 เดือน นับจากการปิดรอบระยะเวลาบัญชี
ผลประกอบการปี 2560 (1เม.ย.2559-31มี.ค.2560) บริษัทมีรายได้รวม 11,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวม 12,314 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,366 ล้านบาทในงบปี 2560 เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ขาดทุนสุทธิ 123 ล้านบาท








