วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AOT - ซื้อ

กำไรหลักเติบโต YoY ต่อเนื่องตลอดปี 2560; มีอัพไซด์ในระยะยาว

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าราคาหุ้น AOT ที่ปรับตัวขึ้นมานับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยเรื่องค่าเช่าพื้นที่ใหม่กับกรมธนารักษ์ที่มีแนวโน้มจะออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามการเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะทำให้มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร และน่าจะหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อไป เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับระยะเวลาการลงทุนไปเป็นสิ้นเดือน ก.ย. 2561 โดยให้ราคาเป้าหมายที่ประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 60 บาท

คาดกำไรหลักเติบโต YoY ในไตรมาสเดือน เม.ย.-มิ.ย.

เราคาด AOT จะประกาศกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/60 (เดือนเม.ย. – มิ.ย.) ที่ 5,466 ล้านบาท สูงขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 16% QoQ หากไม่รวมประมาณการกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 28 ล้านบาท คาดกำไรหลักจะอยู่ที่ 5,438 ล้านบาท สูงขึ้น 13% YoY แต่ลดลง 15% QoQ ปัจจัยหนุนผลประกอบการเติบโต YoY ได้แก่: 1) จำนวนผู้โดยสารที่เติบโต 8% YoY มาอยู่ที่ 31.2 ล้านคน, 2) จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น 5% YoY มาอยู่ที่ 200,859 เที่ยว, 3) รายได้ที่ไม่ได้มาจากกิจการการบินที่มากขึ้น, 4) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง (ค่าซ่อมบำรุงและค่าเสื่อมราคา) และ 5) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง ขณะที่สถิติการจราจรทางอากาศที่ปรับตัวลดลง QoQ (จำนวนผู้โดยสารลดลง 11% QoQ และจำนวนเที่ยวบินลดลง 5% QoQ) และกำไรที่อ่อนตัวเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น (รายละเอียดรูป 1 และ 2)

คาดกำไรหลักเติบโต YoY ต่อเนื่องถึงไตรมาสหน้า

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น QoQ ในอีกสามไตรมาสข้างหน้าจนถึงเดือน มี.ค. 2561 หนุนโดยเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว, การเปิดเส้นทางบินจากประเทศจีนมายังเมืองรองของประเทศไทย, ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในไตรมาส 4/60-ไตรมาส 1/61 สถิติเบื้องต้นของ AOT ระหว่างวันที่ 1-23 พ.ค. ชี้ว่าจำนวน
ผู้โดยสารรวมเติบโต 6% YoY (ผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 9% YoY; ผู้โดยสารภายในประเทศสูงขึ้น 2% YoY) ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรหลักของ AOT จะเติบโต YoY ต่อเนื่องในไตรมาสเดือน ก.ค.-ก.ย. อย่างไรก็ตามกำไรหลักคาดว่าจะปรับลดลง QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานสูงขึ้น (บริษัทมักจะบันทึกค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานในไตรมาส
สุดท้ายของปีงบประมาณ) เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปีงบประมาณ 2560 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 21,984 ล้านบาท เพื่อสะท้อนผลประกอบการครึ่งแรกปี 2560 ที่แข็งแกร่ง และการคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส เดือน เม.ย.-มิ.ย. จะออกมาดี

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากรายได้สัมปทานที่เติบโตแข็งแกร่ง

เราตั้งสมมติฐานว่า AOT จะมีค่าใช้จ่ายค่าเช่าพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่มขึ้นประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี (จ่ายให้กับกรมธนารักษ์) ซึ่งจะเริ่มปี 2561 และตั้งสมมติฐานว่าบริษัทไม่สามารถปรับขึ้นค่าเช่าจากผู้เช่าพื้นที่ได้แต่เราปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้สัมปทานมาอยู่ที่ 10% ต่อปี (จากเดิม 5%) – อัตราการเติบโตของรายได้สัมปทานเฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 2554-2559 อยู่ที่ 16% (รูปที่ 3) ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการกำไรระยะยาวของเราเพิ่มขึ้น 7% โดยเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม AOT และ กรมธนารักษ์ยังคงอยู่ในระหว่างการเจรจาอัตราส่วนแบ่งรายได้และ/หรือ วิธีการคำนวณผลตอบแทนใหม่สำหรับการเช่าทรัพย์สินของรัฐ  ดังนั้น สมมติฐานของเราในเรื่องของค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเช่าทรัพย์สินของรัฐ
อาจเปลี่ยนแปลงได้