วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงสุดในกลุ่มธนาคาร

ประเด็นการลงทุน

สินเชื่อของ KKP มีการขยายตัว 4.1% YTD ในครึ่งแรกของปี 2560 โดยมีแนวโน้มตรงกันกับที่เราประมาณการว่าธนาคารจะขยายฐานสินเชื่อปี 2560 ที่ 8% เราคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์และสินเชื่อบรรษัท สำหรับการตั้งสำรองหนี้สูญของ KKP ในปี 2560มีแนวโน้มว่าอาจจะต่ำกว่าที่เราคาดไว้ที่ 2.2 พันล้านบาท โดย KKP มีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 อยู่ที่เพียง 623 ล้านบาท (เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นทั้งสินเชื่อรายย่อยที่ไม่ใช่เช่าซื้อและสินเชื่อบรรษัท) เรายังคงประมาณการกำไรของ KKP ไว้ที่ 6 พันล้านบาทในปี 2560 โดยเพิ่มขึ้น 8% YoY และ 6.5 พันล้านบาทในปี 2561 โดยเพิ่มขึ้น 8% YoY เราคาดว่า KKP จะสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 8.6% ใกล้เคียงปีก่อนซึ่งยังเป็นระดับที่สูงที่สุดของกลุ่มธนาคารทั้งหมด โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”

เน้นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง

จากการเติบโตของสินเชื่อที่ 4.1% YTD ธนาคารยังคงมุ่งเน้นที่สินเชื่อรายย่อย (ไม่ใช่สินเชื่อเช่าซื้อ) และสินเชื่อ SME ขนาดเล็กในครึ่งหลังของปี 2560 โดยลูกค้าทั้งสองประเภทมีอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับรถใหม่ ดังนั้นเราจึงคงสมมติฐานส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 5% โดยมากกว่าที่ธนาคารคาดการไว้ 4.9% และสอดคล้องกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี2560ที่ประมาณ 5% หาก KKP มีการเติบโตสินเชื่อที่มากกว่า 8% ในปีนี้ กำไรของปี 2560 จะเกินกว่าที่คาดการไว้

มีโอกาสลดสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ หากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีในครึ่งหลัง

อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 104% และสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 5.8% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ 162% และ 2.94% ที่สิ้นเดือนมิถุนายน โดยเราเชื่อว่าสินเชื่อ KKP มีหลักประกันครอบคลุมความเสี่ยงเกือบทั้งหมด จึงไม่ต้องตั้งสำรองหนี้สูญสูงเท่ากับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เรายังคงคาดว่าการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาทในปี 2560 และ 2.3 พันล้านบาทในปี 2561 (สังเกตว่าธนาคารมีค่าใช้จ่ายสำรองค่าเผื่อฯที่ 623 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2560) หากครึ่งปีหลัง KKP มียอดสำรองค่าเผื่อฯใกล้ครึ่งปีแรกจะเป็นปัจัยให้ธนาคารมีกำไรมากกว่าเราคาด นอกจากนี้ธนาคารตั้งเป้าลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมจาก 5.8% ที่สิ้นเดือนมิถุนายน ให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 5.2% ปลายปี


ยอดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีแนวโน้มสดใสในครึ่งหลังของปี

KKP มีแผนที่จะขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท โดยเราคาดว่าธนาคารจะมีกำไรจากการขายทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ที่ 350 ล้านบาทในปีนี้ หาก KKP มีการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มากกว่าที่เราคาดการไว้ จะมีส่วนทำให้ประมาณการกำไรของเราในปี 2560 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสังเกตได้ว่า KKP ขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในครึ่งแรกของปี 2560 จำนวน 460 ล้านบาทโดยมีกำไรอยู่ที่ 250 ล้านบาท ปัจจุบันพอร์ตสินทรัพย์รอการขายของธนาคารมีมูลค่าทางบัญชี 3.7 พันล้านบาท และหากอิงตามราคา
ประเมินจะอยู่ที่ 8.4 พันล้านบาท ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า KKP มีกำไรที่ยังไม่รับรู้ จำนวน 4.8 พันล้านบาท โดยเราไม่คาดว่า KKP จะเร่งขายทรัพย์สินดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่าราคาเหมาะสม