แกว่งตัวตามปัจจัยเฉพาะ
IMF คงคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้ 3.5% และปีหน้าที่ 3.6% โดยปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของแคนาดาและยุโรปรวมถึงจีน แต่ปรับลดการเติบโตของสหรัฐฯและอังกฤษลง ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯเคลื่อนไหวกรอบแคบแม้การรายงานผลประกอบการบจ.ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ออกมาค่อนข้างดี โดยบจ.สหรัฐฯมีรายได้และกำไรดีกว่าคาด 77% และ 73% ตามลำดับ เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเพิ่มความระวัง เราเริ่มเห็นสัญญาณของเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดพัฒนาแล้ว มีโอกาสเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในระยะต่อไป ช่วงสั้นเราคาดตลาดแต่ละแห่งจะเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกันสะท้อนตามการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการเสี่ยงซื้อหุ้นในกลุ่มที่ PER สูง โดยเฉพาะร.พ.หลัก แต่สามารถเลือกร.พ.ในประเทศซึ่งผลการดำเนินงานเข้าสู่ high season ในช่วงไตรมาส 3/60 อาทิ BCH, CHG เรามองหาจังหวะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร บันเทิง โรงแรม และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ได้แก่ SCB, KBANK, MONO, ERW, MINT, TK*, TSR, AMANAH*, GCAP*, SIMAT การเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ยัง Laggard และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ BANPU, SIMAT, MONO* //เก็งกำไร TK*
ประเด็นการลงทุน
โอเปค - คณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต (JMMC) แถลงว่า ไนจีเรีย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการยกเว้นจากการเข้าร่วมข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน จะเข้าร่วมการปรับลดกำลังการผลิตลงจากระดับ 1.8 ล้านบาร์เรล/วัน หากไนจีเรียมีการผลิตน้ำมันอย่างมีเสถียรภาพที่ระดับดังกล่าว จากปัจจุบันซึ่งมีการผลิตน้ำมันที่ระดับ 1.7 ล้านบาร์เรล/วัน อีกทั้งซาอุดิอาระเบีย ได้ตกลงที่จะจำกัดการส่งออกน้ำมันไว้ที่ 6.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน
คลังจัดแพกเกจช่วยคนจน - คลังเตรียมเสนอมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อยให้ ครม. พิจารณาภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ คาดใช้งบประมาณก้อนแรก 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจจะออกมาในรูปแบของ บัตรสวัสดิการช่วยผู้มีรายได้น้อย 2,750 บาทต่อรายต่อเดือน ครอบคลุมการให้บริการฟรี น้ำ-ไฟ-ระบบขนส่ง ส่วนแผนจ่ายเงินสมบทแก่ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี ยังต้องรอพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของคนจน 1.3 ล้านราย มูลหนี้ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาตรการทั้งหมดข้างต้นคาดจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของการบริโภค
EARTH - ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 24 ก.ค.60 และขออนุมัติให้บริษัทเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ ทั้งนี้ต้องดูว่าเจ้าหนี้คัดค้านหรือไม่ อย่างไรก็ตามการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการทำให้หุ้นมีโอกาสถูกพักการซื้อขายอีกนาน และเป็นลบต่องบกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์
โภคภัณฑ์ – น้ำมันปรับขึ้นเล็กน้อย โลหะลดลง ขณะที่สินค้าเกษตรทรงตัว ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่ 977.00 จุด ไม่เปลี่ยนแปลง
กลุ่มโรงไฟฟ้า – เป็นกลุ่มที่คาดรายงานผลประกอบการโดดเด่นสุดในไตรมาส 2/60 เมื่อเทียบกับพลังงานต้นน้ำ โรงกลั่น และปิโตรเคมี ทั้งปัจจัยอากาศร้อน และการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าหงสา ซึ่งส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของ RATCH, BPP และ BANPU
ประเด็นติดตาม: 24 ก.ค. – ประชุมย่อยโอเปค / 26 ก.ค. – งบ SCC / 27 ก.ค. – งบ PTTEP, ADVANC / 1 ส.ค. – เปิดเสรี LPG / 10 ส.ค. – เปิดซองประมูลรางคู่ / 25 ส.ค. – ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว
แนวรับ 1568/แนวต้าน : 1580-1585 จุด สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)
หุ้นแนะนำ
• BANPU (24) : ราคาสะท้อนข่าวร้ายแล้ว ขณะที่คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 ฟื้นตัวจากหน่วยผลิตที่หงสากลับมาผลิตได้เต็มที่ ขณะที่ธุรกิจถ่านหินล็อคราคาขายระยะยาวแล้ว 70%
• SIMAT (6.10) : คาดผลการดำเนิน turnaround งานฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้อาจชะลอตัว QoQ แต่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังตามผลการดำเนินงานของธุรกิจ Label ของบ.ลูก
• WHAUP* (7): หุ้นสาธารณูปโภคที่ซื้อขายในราคาที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มไฟฟ้าชั้นนำ ขณะที่เครดิตลำพังของบริษัทสูงกว่าบริษัทแม่
• ประเด็นลงทุน: TK* (ซื้อขายที่เพียง PER 11 เท่า ปันผล 4.3% ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคและราคาสินค้าเกษตร บริษัทปรับเป้าการปล่อยกู้ขึ้นเป็น 10% จาก 5%) / PDG* (คาดธุรกิจ PET ได้อานิสงค์จากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น และราคาปิโตรเลียมที่ทรงตัว)







